การฉีดวัคซีน วัคซีนเด็ก ป้องกันโรค มีอะไรบ้าง ที่พ่อแม่ ควรพาลูกไป รับวัคซีน

การฉีดวัคซีน ในเด็ก วัคซีนเด็ก ในแต่ละช่วงวัย ของลูกน้อย ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่ง พ่อแม่ ผู้ปกครองทุกท่านควรพา บุตร และ ลูกหลาน ไปฉีดวัคซีน ตามตารางที่กำหนด และจะต้องครบจำนวนที่แพทย์สั่ง ซึ่งเด็กแต่ละช่วงวัย ควรได้รับวัคซีนอะไรบ้างนั่น ตามเรามาดูข้อมูลเพิ่มเติมกันเลย


วัคซีนเด็ก ป้องกันโรค ควรฉีด ตั้งแต่ ยังเด็ก มีอะไรบ้าง

วัคซีนเด็ก

  • ไวรัสโรต้า (RotaTeq) แนะนำ ควรให้ วัคซีนทันที ที่เด็กอายุครบ 2,4 และ 6 สัปดาห์

ทั้งนี้ควรให้วัคซีนสอง หรือสามครั้งโดยเว้นระยะ เป็นเวลามากกว่า หนึ่งเดือน ไม่ควรให้วัคซีน ไวรัสโรต้า แก่เด็กทารก ที่อายุมากกว่า 12 สัปดาห์ และไม่ควรให้หลังจากอายุ 32 สัปดาห์

ซึ่ง Rotarix จะต้องฉีดให้วัคซีน ระหว่างอายุ 6 สัปดาห์ และ 23 สัปดาห์  ซึ่งภาวะท้องร่วงรุนแรง ที่มาจาก “เชื้อไวรัสโรต้า” มักพบได้มากในเด็ก และเป็นเชื้อไวรัสที่พบบ่อยที่สุด

โดยผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจพบภาวะขาดน้ำ บางประเทศ อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา การให้วัคซีน สามารถลดการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ จึงทำให้จำนวนผู้ป่วยจากโรคนี้ลดลง

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือ ไข้หวัดใหญ่ แนะนำสำหรับเด็กทุกคน ที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป
  • วัคซีนอีสุกอีใส ควรได้รับครั้งแรก เมื่ออายุ 12 ถึง 15 เดือน และควรให้ครั้งที่สอง ในช่วงอายุ 4 ถึง 6 ปี

การฉีดวัคซีน HPV หรือ วัคซีนป้องกันมะเร็ง ปากมดลูก

การฉีดวัคซีน HPV จะต้องฉีดให้ครบถ้วนทั้งหมด 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ฉีดในวันที่กำหนดเลือก ครั้งที่ 2 และ 3  ฉีดหลังจากเข็มแรก  ระยะห่าง 2 และ 6 เดือน

แนะนำให้ ฉีดวัคซีน ตามปกติ ทั้งในเด็กผู้หญิง และผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 11 ถึง 12 ปี เพื่อเป็นการป้องกัน โรคมะเร็งปากมดลูก ได้เเต่เนินๆ และในช่วงวัยนี้ การฉีดเชื่อไวรัส HPV จะทำให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด

หลักการที่สำคัญ ควรฉีดตั้งแต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ และร่างกายอยู่ใน วัยที่สร้างภูมิคุ้มกันได้ดี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบขึ้นไป จนถึงอายุ 26 ปี นอกจากจะป้องกัน โรคมะเร็งปากมดลูก ในเด็กผู้หญิงได้แล้ว วัคซีนยังสามารถป้องกัน โรคหูดหงอนไก่ และ มะเร็งทวารหนัก ในเด็กผู้ชายได้อีกด้วย


ความสำคัญของการ รับวัคซีน สำหรับเด็ก

วัคซีน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกัน การแพร่กระจายของโรคติดเชื้อ และรู้ถึงความสำคัญของระบบการจัดหาน้ำสะอาด เพื่อการบริโภค มีโรคจำนวนมากที่ครั้งหนึ่งเคยแพร่ระบาดในสหรัฐอเมริกา ขณะนี้อยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษที่มีวัคซีน

การฉีดวัคซีนในวัยเด็ก

รับวัคซีน

ทำไมเราต้องมี ตารางการฉีดวัคซีน ในวัยเด็ก 

เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก กำลังอยู่ในช่งพัฒนา แพทย์พบว่า การฉีดวัคซีน สามารถทำงานได้ดีที่สุด ในบางช่วงอายุ ตัวอย่างเช่น วัคซีนโรคหัด มักไม่ให้กับเด็กจนกว่าจะมีอายุมากกว่าหนึ่งปี หากได้รับก่อนหน้านี้ก็อาจไม่ทำงานเช่นกัน

นอกจากนี้ วัคซีนบางชนิด ยังต้องการปริมาณหลายครั้ง ก่อนที่จะสร้างภูมิต้านทานที่สมบูรณ์ เพื่อการป้องกันโรคของวัคซีน อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้ ซึ่งการให้วัคซีนได้นั่นจะต้องประกอบไปด้วยหลายปัจจัย กล่าวคือ วัคซีนจะต้องมีคุณภาพที่ดี มีการบริหารจัดการวัคซีน ที่ถูกต้องเป็นระบบ และเพื่อให้ระดับภูมิคุ้มกันอยู่สูง จนสามารถป้องกันโรคได้ ซึ่งจะต้องได้รับวัคซีน ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และครบตามจำนวนครั้งที่กำหนด


ข้อควรระวัง เกี่ยวกับ การฉีด วัคซีน ในวัยเด็ก

ทุกวันนี้ การฉีดวัคซีน ถือได้ว่า มีความปลอดภัย และมีความสำคัญต่อ สุขภาพของลูก เป็นอย่างมาก หากเด็กมีอาการป่วย หรือมีไข้เล็กน้อย การได้รับวัคซีน ก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้น ดังนั้นแล้ว ลูกของคุณ ไม่ควรข้ามกำหนด การฉีดวัคซีน เป็นอันขาด

บางครั้งผลข้างเคียงเล็กน้อย อาจเกิดขึ้นได้กับ วัคซีนบางชนิด เช่น มีอาการบวม หรือระคายเคืองบริเวณที่ฉีด หรือมีไข้ต่ำ ในช่วงเวลาของการฉีดวัคซีน แต่อาการเหล่านั้น จะหายไปในไม่ช้า และสามารถป้องกัน โรคในเด็ก ได้เป็นอย่างดี

มีรายงานออกมาอย่างแพร่หลายว่า วัคซีนเชื่อมโยง กับความผิดปกติของ ออทิสติกสเปกตรัม การตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ครั้งล่าสุด ที่จัดทำโดยสถาบันการแพทย์ สรุปว่า ไม่มีวัคซีนที่ป้องกันโรคนี้ได้


เป็นยังไงกันบ้างกับ วัคซีนในเด็ก ที่พ่อและเเม่ ควรพาลูกน้อยของท่านไปตรวจร่างกาย เพื่อรับวัคซีนให้ครบตามกำหนด ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญต่อภูมิคุ้มกัน โรคในเด็ก ได้เป็นอย่างดี

ติดตามอ่าน สัญญาเริ่มต้น การเป็น เด็กพิเศษ หรือ ออทิสติก ในทารก หากพบลูกเป็นโรคนี้ ควรเตรียมรับมืออย่างไร

ที่มา : ข้อมูล การฉีดวัคซีน สำหรับเด็ก ที่ควรรู้

Leave a Reply

Your email address will not be published.