23 Sep2020September 30, 2020
Post
เคล็ดลับ คลายร้อน ให้เด็กทารก

เคล็ดลับ คลายร้อน ให้เด็กทารก

       อากาศเมืองไทยเรานั้นต้องยอมรับเลยว่าเป็นเมืองร้อนตัวจริงเสียงจริง ซึ่งเด็ก ๆ ในวัยแบเบาะเองก็รู้สึกร้อนไม่ต่างจากพวกเราเลย แต่เขายังไม่สามารถสื่อสารออกมาได้อย่างชัดเจน ดังนั้นพวกเราต้องทำหน้าที่คอยเฝ้าสังเกตเพื่อที่จะดูแลให้เขาสบายตัวอยู่เสมอ วันนี้เราเลยได้รวบรวมเคล็ดลับการ คลายร้อน ให้กับเจ้าตัวเล็กมาฝากคุณกันจะมีอะไรบ้างมาติดตามไปพร้อมกันเลย แอร์ต้องเปิดในอุณหภูมิที่เหมาะสม แม้ว่าแอร์จะเป็นสิ่งที่ให้ความเย็นสบายกับพวกเราได้ดีที่สุดแต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับเจ้าตัวเล็กเอาไว้เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะหนาวไปและเกิดไม่สบายขึ้นมาได้ โดยอุณหภูมิที่เหมาะกับเด็กเล็กมาที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 27 องศาฯ และอย่าลืมสังเกตทิศทางลมของแอร์กันด้วยไม่ควรให้เป่าลงตัวเด็กโดยตรงเด็ดขาด เน้นให้ส่ายไปมาเพื่ออากาศที่ถ่ายเทและเย็นสบายจะดีที่สุด ผ้าห่มต้องให้ความสบายตัว ผ้าห่มเป็นอุปกรณ์การนอนที่สำคัญแม้จะเป็นช่วงหน้าร้อนก็ตาม เพราะถ้าเป็นช่วงกลางคืนแม้ว่าจะอยู่ในหน้าร้อนอุณหภูมิก็มีแนวโน้มจะลดลง ซึ่งรวมทั้งอุณหภูมิของร่างกายเด็กด้วย และยิ่งถ้าเปิดแอร์ให้เด็กนอนอาจทำให้เขารู้สึกหนาวได้ ดังนั้นจึงควรมีผ้าห่มไว้สำหรับเจ้าตัวเล็กแต่ต้องเลือกที่เนื้อผ้าสบาย ไม่หนา ไม่หนัก เนื้อนุ่ม จะให้ดีแนะนำว่าควรเป็นผ้าใยไผ่ และเน้นการให้ความอบอุ่นกับเด็กเป็นพิเศษที่ช่วงปลายเท้ากับหน้าอก อะไรหนา ๆ เอาออกจากเตียงนอน แม้ว่าจะดูน่ารักที่มีตุ๊กตาตา หมอน และเครื่องนอนต่าง ๆ อยู่เต็มเตียงลูกน้อยแต่นั่นอาจทำให้เขาเกิดอันตรายจากการนอนพลิกตัวแล้วหายใจไม่ออก และทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดีเท่าที่ควรอีกด้วย ดังนั้นให้เลือกที่นอนและผ้าปูที่ระบายอากาศได้ดี เครื่องนอนมีเฉพาะที่จำเป็นอย่าง หมอนหนุน หมอนข้าง และผ้าห่ม จะช่วยให้ลูกนอนสบายและอากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น ลดความร้อนไปได้ในตัว ช่วงกลางวันอย่าลืมเปิดหน้าต่าง ถ้าเป็นช่วงกลางวันแล้วบางบ้านไม่ได้เปิดแอร์ก็ขอแนะนำว่าให้เปิดพัดลมส่ายไปมาให้อากาศมีการถ่ายเท ระวังอย่าให้โดนตัวเด็กโดยตรง และเปิดหน้าต่างเพื่อให้มีอากาศถ่ายเทมากขึ้น จะช่วยให้เด็ก ๆ รู้สึกสบายตัวได้ ในระหว่างวันอาจหาผ้าสะอาดชุบน้ำมาเช็ดตัวคลายความร้อนให้กับเขาหรืออาจนำผ้าสะอาดชุบน้ำแล้วแช่ตู้เย็นไว้สักพักจากนั้นนำมาเช็ดตัวให้เขาก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน มองหาเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เป็นโจทย์ที่คุณพ่คุณแม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพราะเสื้อผ้านั้นเป็นเรื่องของความสบายตัวหลัก ๆ ของเจ้าตัวเล็กเลยก็ว่าได้...

22 Apr2020April 24, 2020
Post
ทำไมคุณควร ระวังการที่ใคร ๆ จะมาอุ้มมา จับลูกน้อย

ทำไมคุณควร ระวังการที่ใคร ๆ จะมาอุ้มมา จับลูกน้อย

เมื่อบ้านไหนมีสมาชิกใหม่เป็นเจ้าตัวเล็กน่ารักน่าชังเพิ่มเข้ามาก็แน่นอนว่าต้องมีญาตสนิทสมิตรสหายของคุณพ่อคุณแม่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีและอยากเล่นรับขวัญสมาชิกใหม่คนนี้กันแน่ ๆ แต่อย่างที่รู้กันดีกว่าเด็กเล็กนั้นยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงมากเท่าไร บางครั้งการสัมผัสอาจทำให้ลูกไม่สบายหรือได้รับผลข้างเคียงได้ แต่ถ้าคุณยังคิดไม่ออกว่าทำไมต้องระวังวันนี้เราจะมาเล่าให้คุณฟังกันค่ะ ทำไมถึงไม่ควรให้คนอื่นสัมผัสลูก นอกจากคนในบ้านที่คุ้นเคยกับเด็กดีอยู่แล้วเมื่อมีคนนอกมาไม่ว่าจะสนิทหรือไม่ก็ตามเขาอาจมีเชื้อโรคหรือสิ่งเจือปนที่เราไม่อาจรู้ได้ติดตัวมา หรือภายในร่างกายเขาอาจมีไวรัสหรือเชื้อโรคต่าง ๆ อยู่ ซึ่งแน่นอนเลยว่าเราไม่สามารถทราบได้ ดังนั้นการแจ้งเหตุผลให้เขาทราบถึงระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรงของเจ้าตัวเล็กและให้เขาเลี่ยงการสัมผัสน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ ในบางครั้งคุณอาจจะโดนมองหรือแซวว่าทำไมหวงลูกจัง แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ลูกน่ารักน่าฟัดขนาดนี้ใครจะอดใจไหว หรือใด ๆ ก็ตาม คุณก็จำเป็นต้องทำเพราะเชื้อโรคบางตัวอาจไม่เป็นอันตรายกับผู้ใหญ่อย่างเราแต่กับเด็กเล็กแล้วมันอาจไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตกันได้เลยทีเดียว สาเหตุส่วนใหญ่มันเกิดมาจากอะไร หลายคนอาจยังสับสนว่าเชื้อโรคที่ร้ายแรงขนาดไหนกันนะที่จะทำให้ลูกเป็นอันตรายได้ ซึ่งก็พบว่าโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจนั้นเป็นเรื่องที่พบบ่อยในเด็กที่ถูกสัมผัสจากคนมากหน้าหลายตา และเมื่อเขาได้รับเชื้อโรคเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการไข้หวัดใหญ่ RSV ขึ้น อาการเหล่านี้ทำให้เด็กมีไข้สูง น้ำมูกเยอะมาก มีอาการไอและมีเสมหะ และเขาอาจหายใจอย่างหอบเหนื่อยเพราะมีอาการติดเชื้อที่ปอดได้อีกด้วย เพียงแค่คนที่แวะเวียนมาหาลูกของคุณแล้วเกิดอาการไอจามขึ้นนั้นก็ทำให้เด็ก ๆ ไม่สบายกันได้แล้ว เพราะอย่างที่บอกว่าภูมิคุ้มกันของเขายังต่ำมากนั่นเอง  นอกจากโรคทางระบบทางเดินหายใจ การติดเชื้อที่ระบบทางเดินอาหารก็เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้และส่งผลเสียกับลูกของคุณได้ร้ายแรงเช่นกัน ส่วนใหญ่จะติดเชื้อไวรัสโรต้า ทำให้เกิดอาการมีไข้ อาเจียน ท้องเสียรุนแรงมากจนส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำรวมทั้งเกลือแร่ ถ้าไม่รีบพาไปพบแพทย์ล่ะก็อาจเกิดอาการช็อคขึ้นมาได้เลยทีเดียว          โรคในระบบทางเดินอาหารจะเกิดจากการอมไม้อมมือ อมของเล่น ที่อาจมีเชื้อโรคอยู่นั่นเอง หมายความว่าถ้ามีคนอื่นเข้ามาหาลูกเยอะและเกิดการแพร่เชื้อในสิ่งของเครื่องใช้ที่ลูกอาจเอาเข้าปากก็มีผลเสียกับลูกได้แล้วแม้จะไม่ได้มาใกล้ชิด อาการเจ็บป่วยในเด็กเล็กนั้นถ้าเลี่ยงและป้องกันได้อยากให้คุณทำให้ดีที่สุด เพราะเมื่อเขาเจ็บป่วยขึ้นมาอย่างแรกเลยคือเขาไม่สามารถบอกอาการได้ เราอาจไม่เจอสาเหตุที่แท้จริง อาจเจอช้า จนทำให้เป็นอันตรายกับเขาได้ ให้ลูกอายุขึ้น 1 ปีไปแล้วค่อยเริ่มพาไปเจอสิ่งแวดล้อมบ้างจะดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ควรเจอเยอะอยู่ดีนะคะ

04 Mar2020March 5, 2020
Post
มาลาเรีย ชอบตามมาเวลาเราเที่ยว

มาลาเรีย ชอบตามมาเวลาเราเที่ยว

มาลาเรีย เหมือนจะเป็นชื่อโรคที่พวกเราคุ้นหูกันมานานมากแต่ก็ดูเหมือนโรคนี้จะยังไม่หายไปไหนและเรายังอยากให้คุณเฝ้าระวังกันอยู่ โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ด้วยแล้วความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ก็มีสูงอยู่เหมือนกัน ทำไมเด็ก ๆ ถึงเสี่ยงกับการเป็น มาลาเรีย ? มีผลวิจัยพบว่าเหงื่อของเด็ก ๆ นั้นมีกลิ่นเย้ายวนพวกยุงให้เข้ามากัดพวกเขามาเป็นพิเศษ เพราะมีสารที่เรียกว่า แอลดีไฮด์ อยู่นั่นเอง และยุงจะเข้ามาตอมกลิ่นที่ได้จากเด็กที่ติดเชื้อมาลาเรียมากที่สุด นอกจากนี้ยิ่งเด็ก ๆ มีเชื้อปรสิตพลาสโมเดียมที่เป็นสาเหตุของมาลาเรียในตัวมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งล่อใจให้ยุงเข้ามาหาพวกเขามากขึ้นเท่านั้น และนี่แหละทำให้โรคนี้แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เพราะยุงเป็นตัวนำนั่นเอง ยุงที่ว่าคือยุงทุกตัวเลยหรือไม่? ยุงชนิดที่จะทำให้ติดมาลาเรียได้ก็คือยุงก้นปล่อง โดยจะติดได้หากโดนยุงก้นปล่องที่มีเชื้อมากัด ดังนั้นการป้องกันยุงเอาไว้ก่อนจะเป็นเรื่องที่ปลอดภัยที่สุดจากโรคนี้ อาการของมาลาเรียเป็นอย่างไร? เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายอาจไม่ได้แสดงอาการทันทีแต่จะมีระยะฟักตัวของมันอยู่ ระยะนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 2 เดือน กันเลยทีเดียวแล้วพออาการเริ่มออกสิ่งต่าง ๆ ที่จะตามมาก็คือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ โดยอาการเป็นไข้ที่ว่าอาจจะมาแบบทุกวัน เว้นวัน หรือสองวันมาทีก็เป็นได้ ซึ่งเพียงเท่านี้ก็พอจะเห็นความผิดปกติของร่างกายกันได้แล้ว ความรุนแรงของมาลาเรียมากขนาดไหน? ถ้ารักษาเอาไว้ได้ทันก็ยังพอจะทำให้กลับมาเป็นปกติได้แต่ถ้ารู้ไม่ทันล่ะก็บอกเลยว่ามีความรุนแรงมากอยู่พอสมควร เพราะอาจจะเริ่มมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง ไตวาย และเกิดภาวะมาลาเรียขึ้นสมองกันได้เลยทีเดียว ซึ่งภาวะนี้แหละทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ น่ากลัวแบบนี้กันยุงกัดง่ายกว่าเยอะเลยค่ะ แล้วพื้นที่แบบไหนมักจะมีมาลาเรีย ในไทยตอนนี้จริง ๆ...

19 Feb2020March 2, 2020
Post
มาจับสัญญาณ โรคไข้เลือดออก ในเด็กกัน

มาจับสัญญาณ โรคไข้เลือดออก ในเด็กกัน

ยุงลายพาหะสำคัญในการทำให้เกิด โรคไข้เลือดออก กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนโรคนี้ก็ยังถือว่ามีความอันตรายและยังสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ ดังนั้นต้องรู้ทันว่าอาการแบบไหนคือไข้เลือดออกเพื่อดูแลรักษาลูกได้อย่างท่วงที ลูกอาจกำลังต้องต่อสู้กับ โรคไข้เลือดออก ถ้าช้าเกินไปอาจมีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ อาการที่บ่งบอกได้ว่าลูกอาจเป็นไข้เลือดออก ไข้ลดแล้วแต่อาการอื่น ๆ ยังคงไม่ดีขึ้น เช่น เบื่ออาหาร ไม่ค่อนเล่น ซึม เพลีย  มีการคลื่นไส้และอาเจียนแทบจะตลอดเวลา เด็กมีอาการปวดท้องมาก มีเลือดออกตามที่ต่าง ๆ มาก เช่น เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระดำ  สังเกตเห็นได้เลยว่าพฤติกรรมของลูกแปลกไปจากเดิม มีความรู้สึกหิวน้ำอยู่แทบจะตลอดเวลา ถ้าเด็กเล็กมาก ๆ เป็นจะร้องกวนอยู่ตลอดเวลาไม่หยุด จับแล้วรู้สึกเลยว่าตัวเย็น มีผิวที่คล้ำลง ตัวมีลาย  แม้จะกินน้ำเข้าไปไม่น้อยแต่ก็ปัสสาวะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หรือภายใน 4-6 ชั่วโมงไม่มีการปัสสาวะเลย ถ้าคุณพ่อคุณแม่พอจะรู้ว่าลูกอาจไปอยู่ในที่ที่มียุงลายและเริ่มมีอาการอย่างที่เราบอกข้างต้นให้รับพาเจ้าตัวเล็กไปหาหมอกันได้ โรคไข้เลือดออกจะมีด้วยกัน 3 ระยะ ระยะไข้สูง เป็นอยู่ประมาณ 2-7 วัน หน้าของเขาจะแดง เบื่ออาหารและซึมอย่างเห็นได้ชัด บางคนเริ่มมีจุดเลือดสีแดง ๆ ตามผิว  ระยะวิกฤต ระยะนี้จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่...

12 Feb2020February 27, 2020
Post
ภูมิแพ้ กับเจ้าตัวเล็ก เรื่องใกล้ตัว ที่ไม่ควรมองข้าม

ภูมิแพ้ กับเจ้าตัวเล็ก เรื่องใกล้ตัว ที่ไม่ควรมองข้าม

ภูมิแพ้ จริงๆ แล้วมีมากมายและหลากหลายแบบมาก แถมยังเป็นโรคที่เป็นกันได้ทุกเพศทุกวัย เพียงแต่กับเด็ก ๆ จะเกิดขึ้นง่ายเป็นพิเศษ ซึ่งสาเหตุของโรคนี้ก็เกิดมาจากที่ปกติแล้วร่างกายเราจะมีระบบภูมิคุ้มกันให้จดจำสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาสู่ร่างกายของเรา และสร้างโปรตีนที่เรียกว่า IgE ขึ้นมา หลังสร้างมาแล้วเจอสารก่อภูมิแพ้ตัวนั้นอีกจะทำให้สารนั้นไปเจอกับ IgE ที่อยู่ในเม็ดเลือดขาวแล้วส่งผลให้เม็ดเลือดขาวแตกออกจนปล่อยสารที่เรียกว่า ฮีสตามีน ออกมา ซึ่งสารตัวนี้จะทำการส่งผลให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ อักเสบ แต่ความรุนแรงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคนอีกที และนี่คือสาเหตุคร่าว ๆ ของการเกิดอาการภูมิแพ้นั่นเอง สารก่อ ภูมิแพ้ มาจากไหน ? เกิดจากสาเหตุไหนได้บ้าง ถ้าให้พูดง่าย ๆ ก็บอกเลยว่ามาได้จากรอบตัว ทั้งการฉีด กิน หายใจ สัมผัส แล้วเจ้าสารก่อภูมิแพ้ที่ว่าก็ยังแฝงตัวอยู่ทุกที่ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ดังนั้นการจะรู้ว่าแพ้อะไรก็จะต้องเกิดจากการได้เจอกับสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นก่อน แต่ในตอนนี้พอจะมีการทดสอบภูมิแพ้อยู่ขอแนะนำว่าควรพาเด็ก ๆ ไปตรวจเอาไว้ดีกว่ามาเจอสารก่อภูมิแพ้จนอาการออกแล้วอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นได้ แบบไหนที่เรียกว่าอาการของภูมิแพ้ มีผืน มีอาการตามผิวหนัง มีน้ำมูก เริ่มจาม คัดจมูก เคืองตาและจมูก ตาแดง เริ่มมีอาการไอ แน่นหน้าอก การหายใจมีเสียงหวืด มีอาการของหอบหืดเข้ามาร่วม บริเวณรอบ ๆ ปากมีอาการบวม...