15 Jan2020January 20, 2020
Post
อาหารเสริม ตามวัยของเด็ก 6 เดือน – 5 ปี

อาหารเสริม ตามวัยของเด็ก 6 เดือน – 5 ปี

เด็กเมื่อเกิดมาคุณพ่อคุณแม่ควรให้ดื่มนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน เนื่องจากอย่างที่เรารู้กันว่านมแม่นั้นมีประโยชน์มากมายมหาศาลสำหรับลูกน้อยในวัยทารก นมแม่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อลูกครบถ้วน มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต นอกจากนี้นมแม่ยังมีภูมิต้านทาน และมีสารอาหารมากมาย เช่น วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ สิ่งสารอาหารเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทารกในช่วง 6 เดือน นมแม่ย่อยง่าย เด็กทารกที่กินแม่อย่างเดียวจะไม่เกิดอาการท้องอืด และเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งเมื่อระบบย่อยอาหารของลูกน้อยเริ่มทำงานดีขึ้นแล้ว จึงเริ่มให้ลูกได้กินอาหารเสริมตามวัยเพื่อโภชนาการที่ดีของเด็ก ว่าแต่อาหารเสริมตามวัยของเด็ก 6 เดือน – 5ปี มีอะไรบ้างวันนี้เรามีข้อมูลมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ อาหารเสริม ตามวัยของเด็ก มีอะไรบ้างที่สำคัญ สำหรับลูกน้อย 6 เดือน  : เด็กทารกอายุ 6 เดือน หากคุณแม่ยังมีน้ำนมอยู่ให้ดื่มนมแม่ต่อไปและเพิ่มเติมด้วยอาหารเสริมที่มีลักษณะอ่อนๆย่อยง่าย เช่น ข้าวสวยบดผสมน้ำซุปไม่ปรุงรสชาติใดๆ เมื่อดูแล้วว่าลูกสามารถกินได้จึงค่อยๆเปลี่ยนอาหารและเพิ่มเติมเนื้อสัตว์ เช่น ไข่แดง ตับหรือปลา และผักต้มสุกเช่นตำลึง ผักกาดขาว แครอท  7 – 9 เดือน : เด็กอายุ 7 – 9 เดือน ยังสามารถที่จะดื่มนมแม่ต่อไปได้หากคุณแม่ยังพอมีน้ำนมอยู่ อาหารที่เด็กวัยนี้สามารถรับประทานได้จะแนะนำเป็น ข้าวสวยสุกบดหยาบๆใส่น้ำซุปไม่ปรุงรส และเพิ่ม เนื้อสัตว์หรือผัก เช่น ไข่ต้มครึ่งฟอง ผักต้ม...

02 Jan2020January 17, 2020
Post
ทำอย่างไรดี เมื่อลูกมี อาการปวดท้อง

ทำอย่างไรดี เมื่อลูกมี อาการปวดท้อง

อาการปวดท้อง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย หากเกิดในผู้ใหญ่ก็คงจะไม่ยากเท่าไหร่ แต่หากเกิดกับเด็กเล็กๆ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะเครียดสักหน่อย เนื่องจากเด็กจะไม่สามารถบอกได้ว่าเค้ารู้สึกอย่างไรนอกจากร้องงอแงอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นพ่อแม่จะทำอย่างไรดีหากลูกน้อยของคุณมีอาการปวดท้อง วันนี้เรามีข้อมูลดีๆเกี่ยวกับอาการปวดท้องในเด็กมาฝากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้รับมือกันค่ะ อาการปวดท้อง ในเด็กเล็กนั้นเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง? อาการปวดท้องในเด็กเล็กที่ว่านี้เราจะหมายถึงเด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิด – 1 ปี เด็กในวัยนี้โดยปกติแล้วจะมีอาการปวดท้องเป็นปกติอยู่แล้วส่วนสาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจาก เกิดจากอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกินไปทำให้มีอาการแน่นท้อง เกิดจากกอาการกรดไหลย้อนในเด็ก เกิดจากอาการท้องผูก เกิดจากอาการท้องเสีย ทำอย่างไรเมื่อลูกมีอาการปวดท้อง  หากลูกมีอาการปวดท้องจากอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง สาเหตุที่เด็กมีอาการท้องอืดนั้นส่วนใหญ่จะพบกับเด็กที่กินนมจากขวด เนื่องจากเวลาที่ลูกดูดนมนั้นอากาศจะผ่านเข้าไปในช่วงที่เด็กดูดนม อาการเมื่อลูกท้องอืด ท้องจะป่องหลังดื่มนมและร้องไห้บิดตัวไปมา ซึ่งสามารถลดอาการท้องอืดได้โดย นำตัวลูกขึ้นมานอนทับให้ส่วนท้องอยู่ตรงหน้าขาและขยับตัวลูกเบา ๆ หรือเมื่อลูกดื่มนมเสร็จแล้วให้นำมาอุ้มพาดบ่าลูบหลังเบาๆเพื่อให้ลูกผายลมหรือเรอออกมา เพื่อไล่ลมออกจากท้องนั่นเอง หากลูกมีอาการท้องจะป่องหลังดื่มนมและร้องไห้บิดตัวไปมา และมีอาการอาเจียน นั่นอาจแสดงว่าลูกของคุณมีอาการกรดไหลย้อน ให้คุณทำเช่นเดียวกับอาการท้องอืด คือนำตัวลูกขึ้นมานอนทับให้ส่วนท้องอยู่ตรงหน้าขาและขยับตัวลูกเบา ๆ หรือเมื่อลูกดื่มนมเสร็จแล้วให้นำมาอุ้มพาดบ่าลูบหลังเบาๆเพื่อให้ลูกผายลมหรือเรอออกมา เพื่อไล่ลมออกจากท้อง หากลูกของคุณมีอาการบิดตัวไปมาเวลาถ่าย อุจจาระที่ออกมาจะเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลออกแดง หรือเด็กบางคนอาจถ่ายเป็นเลือดปนออกมาด้วย นั่นแสดงว่าลูกของคนเริ่มมีอาการท้องผูก อาการท้องผูกนั้นมักจะเกิดกับเด็กที่เริ่มมีการเปลี่ยนอาหารหรือเด็กที่กินนมผง สำหรับเด็กที่กินนมแม่จะไม่ค่อยเกิดอาการท้องผูก สำหรับวิธีการแก้อาการท้องผูกนั้น ให้เด็กรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของกากใยอาหารสูง หรืออาจให้กินน้ำส้ม หรือน้ำพรุน เพื่อเป็นการเพิ่มกากใยอาหารและกระตุ้นการขับถ่ายให้เด็ก แต่สำหรับเด็กทารกที่มีอาการท้องผูกนั้นควรหยุดกินนมผงชนิดนั้นก่อนแล้วจึงปรึกษาแพทย์เพื่อหานมที่เหมาะสมต่อไป หากลูกของคุณมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำมากกว่าปกติ นั่นแสดงว่าลูกของคุณอาจมีอาการท้องเสีย...

30 Dec2019January 16, 2020
Post
ดูแลลูกน้อยอย่างไรดี เมื่อเข้าหน้าหนาว

ดูแลลูกน้อยอย่างไรดี เมื่อเข้าหน้าหนาว

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ สภาพอากาศในจังหวัดต่างๆเริ่มหนาวเย็นมากขึ้น ด้วยสภาพอากาศเช่นนี้ ก็อาจทำให้เด็กๆป่วยง่ายมากขึ้นเช่นกัน สาเหตุที่ทำให้เด็กป่วยหน้าหนาวนั้นเกิดจาก สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันร่างกายไม่สามารถที่จะปรับตามสภาพอากาศได้ทัน บวกกับเมื่ออากาศหนาวเย็นเชื้อไวรัสจะแพร่กระจายได้ดี นอกจากนี้อากาศที่หนาวเย็นยังไปกระตุ้นให้เกิดอาการโรคภูมิแพ้ต่างๆได้อีกด้วย  อย่าว่าแต่เด็กเลยค่ะขนาดผู้ใหญ่ยังปรับตัวไม่ค่อยจะทัน ดังนั้นผู้ปกครองจึงต้องดูแลสุขภาพลูกน้อยของเราให้ดี จะได้ไม่ป่วย ซึ่งวันนี้เราจะมีวิธีการดูแลสุขภาพลูกน้อยในหน้าหนาวมาฝากทุกคนค่ะ วิธีการดูแลสุขภาพลูกน้อย ในหน้าหนาว 1. รู้ทันโรคที่อาจเกิดกับลูกน้อยในหน้าหนาว – โรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งในฤดูหนาวเชื้อไวรัสจะแพร่กระจายได้ดี การติดต่อของโรคนั้นง่ายมากเนื่องจากเชื้อโรคลอยอยู่ในอากาศ การติดต่อผ่านทางการหายใจ การกิน เมื่อมีผู้ได้รับเชื้อไอหรือจามในที่สาธารณะเชื้อก็จะอยู่ในอากาศ เมื่อมีผู้มาสัมผัสก็จะเกิดโรคได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำจะติดเชื้อโรคได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ – โรค RSV RSV ก็คือเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กเชื้อไวรัสRSVจะทำให้เกิดโรคปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ – โรคปอดบวม โรคปอดบวมเกิดได้จากทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย การติดต่อสามารถติดต่อได้ปาก จมูกและตา เชื้อจะลอยอยู่ในอากาศเมื่อมีผู้ป่วยไอจาม เด็กก็จะได้รับเชื้อโรค ส่วนใหญ่จะพบมากในเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า4ปี -โรคมือ เท้า ปาก โรคมือ เท้า ปากนั้นเกิดจากเชื้อไวรัส โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับเด็กที่อยู่ในวัยอนุบาลเนื่องจากติดต่อกันได้ง่ายผ่านการไอ จาม การเล่นของเล่น การสัมผัสตัวกันซึ่งเด็กจะยังไม่รู้จักการป้องกัน จึงเกิดการติดเชื้อได้ง่าย – โรคหัด โรคหัดนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสรูบิโอลา การติดต่อได้จากการหายใจ การไอจาม...