วิธีจัดการ เด็กดื้อ เด็กซน ในช่วงอายุ2-5ปี ให้อยู่หมัด

จะทำอย่างไรเมื่อต้องพบเจอกับ เด็กดื้อ เด็กซน ยิ่งถ้าเป็นลูกของตัวเองด้วยแล้วคุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะมี วิธีจัดการกับพฤติกรรมเหล่านั้นของพวกเขาได้อย่างไร เรามาหาคำตอบเพื่อให้คลายข้อสงสัยนี้กัน…

เมื่อกล่าวถึงวัยเด็กวัย2-5ปี เป็นช่วงวัยที่ชอบสำรวจสิ่งแวดล้อมเรียนรู้สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว  ในวัยนี้จะเรียนรู้ด้วยตนเองไม่ชอบการเข้าไปห้ามของผู้ใหญ่  ชอบทำตามหรือเลียนแบบผู้ใหญ่ แม้จะห้ามอย่างไรเมื่อห้ามเหมือนเขาจะยิ่งทำ   ทำให้ผู้ใหญ่คิดว่าเด็กดื้อและต่อต้าน นอกจากนี้ยังคิดว่าของทุกอย่างเป็นของตัวเอง หวงของเล่น ไม่ว่าจะเป็นพี่หรือน้องในครอบครัวเขาก็จะหวงเช่นกัน  และอารมณ์ก็เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ได้อะไรดั่งใจก็อาจจะร้องไห้   พ่อแม่ผู้เลี้ยงดูเด็กในวัยนี้จึงควรมีความเข้าใจพัฒนาการและปัจจัยต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมเด็ก ซึ่งจะช่วยให้การปรับพฤติกรรมเด็กให้มีพฤติกรรมที่ดีขึ้น

วิธีจัดการกับพฤติกรรม เด็กดื้อ เด็กซน

เด็กดื้อ

1.เลี้ยงให้เขาห่างจากมือถือหรือโทรทัศน์ เด็กเล็กอายุ2-5 ขวบ ควรดูมือถือหรือโทรทัศน์ไม่เกิน 30 นาที ใน1 วัน  เพื่อไม่ให้ลูกติดมือถือหรือโทรทัศน์เกินไปจะทำให้เสียสายตา เสียสุขภาพ และสิ่งสำคัญจะส่งผลให้ลูกไม่มีสมาธิ อยู่ไม่นิ่ง สมาธิสั้นแล้วเกิดความซนมากขึ้น  การเลี้ยงให้ลูกห่างจากมือถือหรือโทรทัศน์ซึ่งมีผลการวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ผลการวิจัยสามารถบอกได้ว่า โทรศัพท์มือถือหรือโทรทัศน์ ที่เด็กเล็กดูเป็นเวลาๆนาน จะส่งผลให้สมองของเด็กได้ดูแล้วซึมซับถึงพฤติกรรม การเคลื่อนไหวของตัวละครต่างๆ ที่ไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กมีสมาธิที่ไม่ยาวนาน  และการเลื่อนดูมือถือเฉพาะในสิ่งที่ตัวเองอยากจะดูเท่านั้น ทำให้เด็กไม่เกิดสมาธิจดจ่อกับสิ่งนั้นได้นานๆ เขาจะเลือกเปลี่ยนวีดีโอไปเรื่อยๆเลือกเฉพาะที่เขาอยากดู จึงส่งผลให้เด็กสมาธิสั้นอยู่ไม่นิ่ง เป็นเต้นเหตุของความซน

วิธีจัดการเด็กดื้อ

2.ปล่อยให้เขาได้วิ่งเล่นในพื้นที่กว้าง การปล่อยให้เขาได้แสดงออกถึงการใช้แรงที่เขามีให้มากๆ ปล่อยให้เขาวิ่งเล่นในสิ่งที่เขาอยากทำปล่อยให้เขาได้ออกกำลัง  โดยพ่อแม่ควรดูแลอยู่ห่างๆและให้เขาวิ่งเล่นในสถานที่ปลอดภัยไม่ทำให้เกิดอันตราย นอกจากการวิ่งเล่นสามารถทำกิจกรรมอื่นๆร่วมด้วยได้เช่นกัน เช่น การปั่นจักรยาน การเตะฟุตบอล หรือกิจกรรมอื่นๆที่เขาชื่นชอบ จะทำให้เขารู้สึกปลดปล่อยสนุกสนาน เผาผลาญพลังงานที่เขามี เมื่อถึงเวลาอยู่ในบ้านทำกิจกรรมเบาๆเขาก็จะมีสมาธิมากขึ้น ก็จะช่วยให้เขาไม่เป็น เด็กซน เด็กดื้อ พ่อแม่ควรฝึกให้เขาแยกแยะออกถึงเรื่องการเล่นนอกบ้านสามารถใช้แรงมากๆได้ใช้เสียงที่ดังได้พอสมควร แต่กิจกรรมที่อยู่ในบ้านควรเป็นการส่งเสริมเกี่ยวกับทางด้านการสร้างสมาธิ เมื่อพ่อกับแม่สอนให้เขาแยกแยะการทำกิจกรรมแบบนี้ได้ เขาก็จะสามารถเข้าใจถึงการเล่นที่ไม่ซุกซนในบ้านได้เช่นกัน

3.สัญญาหรือข้อตกลง เมื่อเด็กดื้อหรือซุกซน ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งของพ่อแม่ได้ พ่อแม่ควรสร้างสัญญาหรือข้อตกลงกับเขา อาจจะตกลงกับเขาว่า หากเด็กดื้อและไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่พ่อแม่ห้าม เขาก็อาจจะได้ทานขนมน้อยลงเรื่อยๆ จะทำให้เขารู้สึกว่ามีเงื่อนไขเขาต้องเชื่อฟังพ่อแม่เขาถึงจะได้ทานขนมเหมือนเดิม

เด็กซน

4.อธิบายเหตุผลให้เขาเข้าใจอย่างละเอียดและจริงจัง เมื่อเด็กซนหรือทำความผิด  พ่อแม่อย่าทำโทษด้วยวิธีที่รุนแรงเด็ดขาด ไม่ว่าพ่อแม่จะโมโหขนาดไหน เขาจะเกิดการต่อต้านทันที ทำให้เขารู้สึกน้อยใจรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รักขึ้นมาทันที เมื่อเขาทำผิดพ่อแม่ควรอธิบายถึงเหตุผลอย่างจริงจังให้เด็กเข้าใจ การที่พ่อแม่ทำหน้าจริงจัง จะทำให้เขารู้ว่า เรื่องที่เขาทำมันไม่ถูกต้อง เขาจะรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีทำให้เขาไม่ทำแบบนั้นอีก

เด็กดื้อเด็กซน

5.การทำเมินไม่สนใจ หากเขากำลังทำผิด พ่อแม่ควรเลิกสนใจแต่ใช้สายตาแลมองอย่างเงียบๆ เขาจะรู้สึกถึง ปฏิกิริยาของพ่อแม่ที่มีต่อเขาทันที  เขาจะหยุดทำและเมื่อเขาทำดีพ่อแม่ก็จะกอดก็จะชื่นชม แต่เมื่อเขาทำผิดพ่อแม่ใช้สายตาที่แลมองไม่สนใจเขา  เมื่อเขารับรู้ถึงปฏิกิริยาของพ่อแม่ เขาก็จะไม่ทำผิดอีก ซึ่งนั้นก็จะช่วยลดอาการเด็กดื้อลงได้

การจัดการความซนของเด็กอายุ2-5ปีนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย สำหรับพ่อแม่บางท่านเพราะพฤติกรรมเด็กจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ดังนั้นพ่อแม่อย่างเราก็จะต้องปรับเทคนิควิธีการรับมือกับเด็กซนอยู่ตลอดเวลา เมื่อเขาผ่านพ้นในช่วงวัยนี้ พฤติกรรมความซนของเขาก็จะเปลี่ยนไป เมื่อพ่อแม่เข้าใจพัฒนาการในแต่ละวัยของเขา เขาก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขและพ่อแม่ก็จะมีความสุขด้วยเช่นกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published.