พฤติกรรมเลียนแบบ การเลียนแบบ ครอบครัวมีผลต่อ พฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก อย่างไร

เด็ก กับ พฤติกรรมเลียนแบบ พ่อ แม่ มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร ต่อ พฤติกรรมของเด็ก พฤติกรรมเด็ก ที่สื่อออกมาซึ่ง การเลียนแบบ สิ่งแวดล้อมรอบข้างของเด็ก มีผลอย่างไร ต่อตัวเด็กบ้าง วันนี้ คู่มือแม่ จะมาอธิบายให้ทราบกันที่นี่

ผลกระทบจากภาพ พฤติกรรมความรุนแรง ที่มีผลต่อเด็ก จากการ พฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก เป็นที่เข้าใจกันดีที่สุดในบริบทของการพัฒนาเด็ก เพราะเด็กเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณความสามารถ และมีความต้องการที่จะเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ทารกนั้น สามารถเลียนแบบการแสดงออกทางสีหน้าจากผู้ใหญ่ได้ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านปล่อยปะละเลยพฤติกรรม การเลียนแบบ ของลูกน้อย

เนื่องจากมักคิดว่าเด็กเล็กนั้นยังไร้เดียงสา ไม่เข้าใจในคำพูดหรือพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้ใหญ่ ซึ่งมันก็มีส่วนถูกแต่เด็กจะเลียนแบบและนำไปใช้โดยไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิดนั่นเอง นอกจากเลียนแบบคุณพ่อ และ คุณแม่แล้ว เด็กยังรู้สึกสนุกไปกับการเลียนแบบพฤติกรรมเพื่อนวัยเดียวกัน หรือคนรอบข้างอยู่เสมอ จนทำให้บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็แปลกใจ ทำไมลูกของเราถึงมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลัน

โดยไม่ทราบสาเหตุและไม่ทันนึกว่าเป็นพฤติกรรมเลียนแบบที่เด็กไปเรียนรู้มา ทารกที่อายุน้อยกว่า 14 เดือน จะสังเกตได้ว่าเขาเลียนแบบจากในทีวีหรือการ์ตูนและนำมาปฏิบัติ ลูกจะคิดว่าเมื่อคนอื่นทำได้เขาก็ทำได้ ซึ่งพฤติกรรมการเลียนแบบ คือพฤติกรรมการปรับตัวเข้าสู่สังคมของลูกน้อยเพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับ

ภาพที่สื่อทางอารมณ์นั้นดึงดูดความสนใจของเด็ก ๆได้มากกว่าการสาธิตทางการศึกษา เนื่องจากเด็ก ๆ ได้ซึมซับจากสถานการณ์เหล่านั้นและมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่แสดงบนหน้าจอโทรทัศน์อย่างน่าตื่นเต้น

ดังนั้นภาพความรุนแรงนี้จึงซึมซับและเรียนรู้ได้ง่ายกว่า โดยเด็กอายุต่ำกว่า 8 หรือ 9 ขวบ พวกเขาตอบสนองต่อเนื้อหาทางอารมณ์ด้วยความรู้สึก เช่น ความกลัวและความเกลียดชัง พฤติกรรมการเลียนแบบเหล่านี้ น่ากลัวมาก หากไม่ได้รับคำแนะนำหรือคำสั่งสอนจากผู้ใหญ่ว่า สิ่งไหนควรทำตามสิ่งไหนไม่ควรทำตาม

** อินเตอร์เน็ต ดีอย่างไร มี ประโยชน์ สำหรับ เด็ก จริงหรือไม่ << อ่านเพิ่มเติมคลิ๊ก **

พฤติกรรมเลียนแบบ

ครอบครัว มีผลต่อการซึมซับ พฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก อย่างไร

หยุด เลี้ยงลูก หรือสอนเด็กๆ ในเรื่องการทำร้ายร่างกายผู้อื่น การเรียกร้องให้ดำเนินการต่อความรุนแรง ทางทีวี ภาพยนตร์ และวิดีโอเกม

ตัวอย่างเช่น กรณีของเด็กก่อนวัยเรียนที่แสดงความกลัวและความเกลียดชังต่อคนผิวดำ หลังจากดูรายการทางทีวีกับครอบครัว หลังจากอธิบายฉากชีวิตความเป็นทาสที่ถูกเฆี่ยนตีซ้ำแล้วซ้ำอีก เด็กคนนั้นบอกว่าผู้ชายที่ถูกตีจะต้องเป็นคนที่แย่มากและดังนั้นจึงต้องน่ากลัวมาก

พฤติกรรมการเลียนแบบของเด็ก ที่มักทำตามนั้นเลียนแบบ ทั้งสิ่งไม่ดีและสิ่งดีปะปนกันไปตามสถานการณ์ที่เขาเจอ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องระมัดระวัง ทั้งด้านการกระทำและคำพูด เมื่ออยู่ต่อหน้าลูก เพราะพวกเขา ไม่ได้มีสัญชาตญาณในการประเมินว่า การเลียนแบบ นั้นดีหรือไม่ พวกเขาจะเลียนแบบสิ่งต่างๆ รวมถึงพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการทำลายและต่อต้านสังคม ทุุกสิ่งส่งผลต่อ พฤติกรรมของเด็ก พฤติกรรมเด็ก ทั้งสิ้น

เนื่องจากเด็กยังไม่มีความสามารถที่จะคิดวิเคราะห์ประเมินผลหรือตัดสินทางศีลธรรม พวกเขาไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเรื่องสร้างกับความเป็นจริงได้ หากพวกเขาทำเช่นนั้น เราจะไม่มีเด็กจำนวนมากที่เชื่อในซานตาคลอสหรือนางฟ้าฟันน้ำนม ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถตีความภาพที่มีความรุนแรง ทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวได้ เขาจึงเลือกที่จะทำ พฤติกรรมเลียนแบบ นั้น

โดยธรรมชาติเด็กยังไม่สามารถแยกแยะจินตนาการจากความเป็นจริงได้ เพียงแค่ การเลียนแบบ การกระทำดังกล่าวตามที่เขาได้เรียนรู้มาเท่านั้นเอง พฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก บางอย่างเด็กอาจจะเห็นมาจากสื่อในทีวี ลูกจะคิดว่าเมื่อคนอื่นทำได้เขาก็ทำได้ ซึ่ง พฤติกรรมเลียนแบบ คือพฤติกรรมการปรับตัวเข้าสู่สังคมของลูก การศึกษาระบุว่า จริง พวกเขาอาจถือว่าละครตำรวจเป็นจริงเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอยู่จริง นักเรียนเกรดสองคนหนึ่งในการศึกษาอธิบายว่าสมาชิกของ The Brady Bunch เป็นซิทคอมชาวอเมริกันที่สร้างขึ้น นั้นเป็นจริง เพราะ พวกเขามีตู้เย็นและมีสิ่งต่างๆ

และไม่มีการจำกัดความน่าเชื่อถือของเด็ก ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการโรงเรียนในรัฐอินเดียนาต้องออกคำแนะนำที่ระบุว่าไม่มีอยู่จริง เช่น เต่านินจาที่พวกเขาไม่มีอยู่จริง เด็กจำนวนมากเกินไปที่คลานลงไปตามท่อระบายน้ำเพื่อหาพวกเขา

เมื่อเด็กเล็กเห็นว่ามีคนถูกยิง แทงกัน ข่มขืน กระทำชำเรา ทำให้เสียชื่อเสียงหรือถูกสังหารจากสื่อทีวีสิ่งเหล่านี้ราวกับว่ามันเกิดขึ้นจริง ลองนึกภาพเด็ก 3-5 คน ดูภาพยนตร์เรื่อง splatter ซึ่งพวกเขาใช้เวลา 60 นาที ในการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับตัวละคร จากนั้นในช่วง 60 นาทีสุดท้ายของภาพยนตร์ที่พวกเขาดูในตัวหนัง ถูกล่า ฆ่า สิ่งเหล่านี่คือ ความเท่าเทียมทางศีลธรรมและจิตวิทยา สิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ต้องพยายามอธิบายอย่างใกล้ชิดกับเด็กให้มากๆ ป้องกันและแก้ไขได้โดยการพยายามชี้แจงเด็กทีละน้อยให้เด็กซึมซับมากที่สุด และรู้จักแยกแยะ พฤติกรรมเลียนแบบ การเลียนแบบ ด้านบวกด้านลบในอนาคต

ในขณะที่เด็กๆ เกิดความสับสนเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจ กับสิ่งที่พวกเขาเห็นบนหน้าจอทีวี ซึ่งไม่ได้เป็นการขัดขวางที่ไม่ให้พวกเขาแสดง พฤติกรรมเลียนแบบ การเลียนแบบ พฤติกรรมรุนแรง ในความเป็นจริงยิ่งเด็ก ๆ ดูรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่มีความรุนแรงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีแนวโน้มมากขึ้นเท่านั้นที่พวกเขาจะซึมซับและจินตนาการของวีรบุรุษที่ก้าวร้าวอย่างมากในอนาคต จากนั้นในวงจรของด็กที่สร้างการเล่นแฟนตาซีที่รุนแรง และผู้ที่ระบุตัวตนด้วยฮีโร่ที่ก้าวร้าวนั้น เป็นคนที่น่าจะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของสื่อมากที่สุด และเขาจะเริ่ม การเลียนแบบ นั้น

พฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก

พฤติกรรมเลียบแบบ พฤติกรรมของเด็ก แบบไหน ส่งผลต่อเด็ก โดยตรง

พฤติกรรมเด็ก การเลียนแบบ และการระบุตัวตน ในตอนแรกการเรียนรู้ผ่านการเลียนแบบ มีการทำซ้ำมากพอ เมื่อเด็กๆ เลียนแบบความรุนแรง ที่พวกเขาเห็นบนหน้าจอผ่าน การเลียนแบบ พวกเขากำลังเรียนรู้ที่จะระบุตัวเองว่าเป็นผู้กระทำความผิดเรื่องความรุนแรง

ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต พบว่ายิ่งตัวละครไม่สมจริงมากเท่าไหร่ เด็กวัยอนุบาลทั้งคู่ก็ยิ่งอยากเป็นตัวละครตัวนั้น และคิดว่าพวกเขาเป็นตัวละครตัวนั้น นอกจากนี้เด็กเล็กมีแนวโน้มที่จะเลือกฮีโร่แฟนตาซี มากกว่าฮีโร่ในชีวิตจริง ในการเล่นของพวกเขามีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมในการเล่นผจญภัยที่กล้าหาญมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับฮีโร่และชุดรูปแบบการเล่นจากโทรทัศน์มากกว่าเพื่อนพี่น้องหรือ พ่อแม่ พฤติกรรมเหล่านั้นเรียกได้ว่าเป็น พฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก

จุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นฐานนิสัยที่อ่อนโยน มีเมตตากรุณาต่อผู้อื่นในตัวเด็ก คือครอบครัวต้องให้ความรักความเมตตากับเด็กก่อน ให้ความเห็นอกเห็นใจต่อตัวเด็กจากพ่อแม่ของเด็กเอง เพื่อให้เด็กซึมซับกับการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมถึงการกลัวว่าผู้อื่นจะได้รับความทรมาน หากเด็กได้รับจากพ่อแม่ก็จะรู้จักมอบสิ่งนั้นให้กับผู้อื่นด้วย ตรงกันข้ามหากเด็กไม่เคยได้รับการเห็นอกเห็นใจ ไม่เคยได้รับความเมตตา ก็จะไม่รู้จักการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นไปด้วย

ทำให้เด็กมีจิตใจแข็งกระด้าง ไม่รู้สึกสงสาร ไม่กลัวว่าผู้อื่นจะทรมาน และฝังอยู่ในพื้นฐานจิตใจเด็กส่งผลไปถึงตอนโตเป็นผู้ใหญ่ ที่อาจทำร้ายผู้อื่นได้โดยไม่รู้สึกผิด อีกหนึ่งส่วนที่สำคัญต่อตัวเด็กก็คือ เรื่องของค่านิยมที่ตัวเด็กจะได้รับ เริ่มต้นจะได้รับจากครอบครัวก่อนและต่อมาจะได้รับจากสังคมโรงเรียน หากค่านิยมในครอบครัวมีเรื่องต้องห้ามที่จะไม่ทำโดยเด็ดขาด จัดเป็นเรื่องที่ผิดและร้ายแรง เด็กจะจดจำในส่วนนั้นและหลีกเลี่ยงการกระทำนั้นไปโดยปริยาย ดังนั้นพ่อแม่ควรสร้างค่านิยมที่ดีในครอบครัวขึ้นมา และเขาจะค่อยๆ ซึบซับและ การเลียนแบบ พฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก ทิศทางก็จะดีขึ้น

พฤติกรรมของเด็ก

วิธีการแก้ปัญหา พฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก พฤติกรรมเด็ก

ต่อมาในเรื่องของการแก้ปัญหา พฤตกรรมเลียนแบบของเด็ก พฤติกรรมเด็ก แบบไหนที่ควรแก้ไข ซึ่งคนในครอบครัวที่ส่งผลให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ซึมซับ และ การเลียนแบบ ในที่สุด หากพ่อแม่แก้ไขปัญหาด้วยวิธีไหน เด็กจะจดจำวิธีนั้นไว้ เช่น เมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันหากแก้ปัญหาด้วยการใช้ความรุนแรง เด็กจะซึมซับและมองเป็นเรื่องธรรมดา หากเด็กมีปัญหาก็จะแก้ปัญหาด้วยวิธีเดียวกัน นั่นก็คือ ตัดสินด้วยกำลังที่ไร้ ซึ่งเหตุและผล และ พฤติกรรมเลียนแบบ ของลูกก็จะออกมา

ดังนั้นพ่อแม่ควรมีวิธีการแก้ปัญหา การเลียนแบบ พฤติกรรมเลียนแบบ ที่ดี และเหมาะสมเพื่อรองรับเมื่อเกิดปัญหาในแต่ละครั้งและจะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การระบุอัตลักษณ์แห่งตน หรือ Self-identification กล่าวคือ พฤติกรรมเลียนแบบ ที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวได้ถูกปลูกฝัง และหยั่งรากลึกเข้าไปในจิตใจและตัวตนของเด็ก ทำให้เด็กเข้าใจว่านี่คือ พฤติกรรมเลียนเเบของเด็ก ที่บ่งบอกอัตลักษณ์และความเป็นตัวตนของเขาอย่างแท้จริง

เช่น เมื่อได้รับการตอกย้ำว่าเด็กคนนั้น แย่ เกียจคร้าน น่ารังเกียจ เป็นต้น ช่วงเวลาแห่งการวางราก ฐานแห่งการเป็นตัวตน (Formative time of ego development) เป็นช่วงที่จิตใจเด็กเปราะบาง เด็กจะยินยอมและรับฟังในสิ่งที่สังคมต่อว่าหรือประณามพวกเขาทั้งหมดและอาจเชื่อตามนั้นได้โดยทันที ดังนั้น หากช่วงสำคัญทางการพัฒนาตัวตนของพวกเขานั้นล่วงเลยผ่านไปกับการถูกต่อว่า ดูถูกความสามารถ หรือถูกครหานินทา

เมื่อเติบโตขึ้นไปเด็กเหล่านี้จะรับรู้แต่เพียงว่า เขานั้นขาดประสิทธิภาพ สังคมไม่ยอมรับ และความรู้สึกด้อยค่าจะยิ่งตอกย้ำให้เขากระทำพฤติกรรมต่างๆ ที่เลวร้ายเพื่อตอกย้ำมุมมองของคนและประชดสังคม ซึ่งยากต่อการเปลี่ยนแปลงแก้ไข

ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือการให้ความรักความเห็นใจ พยายามแสดงตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีของลูก อยากให้ลูกเป็นคนแบบไหนก็ต้องเป็นคนแบบนั้นให้เด็กดูก่อน อยากให้เด็กทำแบบไหนก็ต้องทำแบบนั้นให้เด็กดูก่อน เพราะโดยปกติแล้วพ่อแม่คือคนสำคัญของเด็กเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ถ้าพ่อแม่เอาใจใส่ลูก ก็จะสามารถควบคุมเด็กได้โดยอัตโนมัติ เพราะเด็กเองก็อยากเอาใจพ่อแม่ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญคือพ่อแม่จะต้องมีกรอบที่ชัดเจนด้วย ควบคู่ไปกับการให้ความรัก เพื่อการอบรมสั่งสอนเด็กที่มีประสิทธิภาพ

ในกรณีที่เด็กมีการจดจำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไปแล้ว วิธีแก้ไขคือต้องพยายามหาสาเหตุให้เจอก่อน ที่พบบ่อยมักเจอในเรื่องของความเครียดที่เกิดขึ้นกับเด็กและเด็กไม่สามารถจัดการกับความเครียดนั้นได้ ส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ก้าวร้าว หากพบปัญหาพ่อแม่ต้องแก้ปัญหาที่ความเครียดนั้น เมื่อความเครียดนั้นหมดไป

ปัญหาเรื่อง พฤติกรรมเลียนแบบ ที่ไม่เหมาะสมจะหายไปเอง และถ้าหากเด็กมี พฤติกรรมเลียนแบบ พฤิตกรรมของเด็ก ที่ไม่เหมาะสม อันเนื่องมาจากพ่อแม่แสดงอาการก้าวร้าวใส่กัน วิธีแก้ไขคือให้พ่อแม่ปรับเปลี่ยน พฤติกรรมเลียนแบบ เหล่านั้น เด็กก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามพ่อแม่ไปเอง เพราะโดยปกติแล้วเด็กเป็นวัยที่แก้ไขได้ง่ายและชอบที่จะ การเลียนแบบ พ่อแม่ซึ่งเป็นคนสำคัญ

อย่างการควบคุมดูแลในเรื่องของการใช้สื่อทั้งออฟไลน์ (โทรทัศน์ หนังสือ ฯลฯ) และออนไลน์ พ่อแม่ควรเฝ้าสังเกตว่าลูกให้ความสนใจเรื่องอะไร คอยสอดส่องอยู่ห่างๆ เพื่อควบคุมไม่ให้ลูกเสพสื่อที่ไม่เหมาะสม และพยายามอย่าให้เด็กเสพสื่อในพื้นที่ส่วนตัว แต่ควรอยู่บริเวณโถงบ้านที่พ่อแม่สามารถรับรู้ได้ว่าลูกรับชมเนื้อหาประเภทไหน พยายามให้อิสระเด็กตามความเหมาะสมแต่ก็มีขอบเขตกำหนดไว้ ไม่ควรห้ามทุกเรื่องแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรปล่อยปะละเลยมากจนเกินไป

สรุปภาพรวม ในเรื่องของ พฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก อิทธิพลครอบครัวส่งผลต่อ พฤติกรรมของเด็ก การเลียนแบบ เด็ก สำคัญมากที่สุด ที่จะหล่อหลอมให้เด็กเป็นคนแบบไหน ประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร ดังนั้นควรให้ความใกล้ชิด ดูแลเอาใจใส่ และอบรมสั่งสอนเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกเด็ก และ พฤติกรรมเด็ก อยู่เสมอ

บอกเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับ เทคนิคส่งเสริมพัฒนาการเด็ก พร้อม คำแนะนำ วิธีเลี้ยงลูก ให้เก่ง พ่อแม่ มือใหม่ ที่เป็นกังวลเกี่ยวกับ พัฒนาการลูก แนะนำต้องอ่าน!!

Leave a Reply

Your email address will not be published.