26 Aug2020September 28, 2020
Post
ช่วยลูกแก้เรื่อง ฉี่รดที่นอน

ช่วยลูกแก้เรื่อง ฉี่รดที่นอน

       การฉี่รดที่นอนสำหรับเด็ก ๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะอาจทำให้เด็กเสียความมั่นใจและคุณพ่อคุณแม่เองต้องมาคอยทำความสะอาด แม้ว่าภาวะนี้จะสามารถค่อย ๆ หายเองได้ในไม่ช้า แต่ถ้าดูแลให้เขาหายจากการ ฉี่รดที่นอน ได้เร็วเท่าไรก็ดูเหมือนว่าจะเป็นผลดีกับเขามากขึ้นเท่านั้น วันนี้เรามาหาวิธีไปช่วยเจ้าตัวเล็กให้เลิกฉี่รดที่นอนกันดีกว่า ให้ลูกเข้ามามีความรับผิดชอบด้วย เมื่อลูกเกิดฉี่รดที่นอนขึ้นมาลองให้เขาได้จดบันทึกก่อนฉี่รดที่นอนของตัวเองเพื่อดูความถี่ และเมื่อเขาฉี่รดที่นอนก็ให้เขาได้ดูแลจัดการทำความสะอาดด้วยตัวเองหรือทำร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ สอนให้เขาลุกขึ้นมาเพื่อเข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังปวดฉี่ โดยจากสถิติแล้วนั้นจำนวนของการฉี่ลดที่นอนจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ เมื่อคุณได้เริ่มให้ลูกจดบันทึกการฉี่รดที่นอนด้วตัวเอง ไม่ต้องปลุกเขา คุณพ่อคุณแม่อาจจะกลัวว่าลูกนั้นจะฉี่รดที่นอนจึงเลือกที่จะสังเกตและปลุกเขาในเวลาที่เขามักฉี่รดที่นอน วิธีนี้บอกเลยว่าไม่ควรทำเพราะเมื่อคุณปลุกเขาขึ้นมาอย่างไรเขาก็ยังอยู่ในสภาวะแบบกึ่งหลับกึ่งตื่นเทียบเท่าได้กับการฉี่รดที่นอนนั่นเอง ซึ่งแม้ว่าจะทำแบบนี้การฉี่รดที่นอนของลูกก็ยังไม่ลดลงเช่นเดียวกัน แถมที่สำคัญนี่ยังทำให้คุณเข้าไปขัดจังหวะการนอนของเขาจนอาจส่งผลถึงเรื่องอื่น ๆ ได้อีกด้วย ไม่ควรดุเมื่อลูกฉี่รดที่นอน นี่คือเหตุการณ์ที่แม้แต่ลูกเองก็ยังไม่อยากให้เกิดขึ้น และการดุเขาก็ดูเหมือนจะไม่มีส่วนช่วยให้อะไรดีขึ้นด้วย การดุมีแต่จะเพิ่มความเครียดให้กับเขา ในส่วนนี้ขอให้คุณพ่อคุณแม่มีความอดทนกับเขาเพราะไม่ว่าจะช้าหรือเร็วอาการของภาวะฉี่รดที่นอนจะค่อย ๆ หายไปจากลูกคุณอย่างแน่นอน ไม่ควรที่จะเร่งลูก การเร่งไม่ดีพอ ๆ กับการดุเขาเมื่อฉี่รดที่นอนเลยก็ว่าได้ และสิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุดคือการนำเขาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ปล่อยให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างเป็นธรรมชาติ อาจเพิ่มเติมการให้รางวัลเมื่อวันไหนที่เขาไม่ฉี่รดที่นอน แบบนี้จะช่วยให้ลูกปรับพฤติกรรมได้เร็วกว่ามาก และบอกเลยว่าเห็นผลแบบแน่นอนกว่าแถมยังเป็นการสร้างความรักความเข้าใจให้แก่กันในครอบครัวอีกด้วย เรื่องของการฉี่รดที่นอนบอกเลยว่าเด็ก ๆ ยังไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้ดีเท่านั้นไม่ใช่ความตั้งใจหรือความผิดแต่อย่างใด ให้ดูแลเรื่องนี้กับเขาไปด้วยความเข้าใจและอดทน ไม่นานอย่างแน่นอนเรื่องนี้จะค่อย ๆ หายไปและถึงเวลาที่คุณต้องพาเขาไปเรื่องรู้และฝึกในเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตกันต่อไป

15 Jul2020August 4, 2020
Post
งานบ้าน กับการใช้ชีวิตของ เจ้าตัวเล็ก

งานบ้าน กับการใช้ชีวิตของ เจ้าตัวเล็ก

ส่วนใหญ่จะมองว่าการมีเจ้าตัวเล็กเพิ่มขึ้นมาอาจทำให้ภาระในการดูแลบ้านหรือการทำงานบ้านของคุณพ่อคุณแม่รวมทั้งคนดูแลบ้านเยอะขึ้น อาจจะจริงในช่วงแรกแต่จะดีกว่าไหมเมื่อเด็ก ๆ เริ่มเข้าสู่วัยที่เรียนรู้ได้แล้วคุณจะเริ่มสอนการทำงานบ้านให้เขาได้รู้จัก เหตุผลหลักที่ควรทำก็เพื่อสร้างระเบียบวินัยและฝึกนิสัยที่ดีให้กับเขา เหตุผลรองคือในบางครั้งเขาก็สามารถช่วยทำให้บ้านของคุณเข้าที่เข้าทางได้และเบาแรงพวกคุณไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่การจะให้เขาทำงานบ้านเลยนั้นจะต้องอาศัยการอธิบายและให้เขาเข้าใจและสนุกไปกับการทำงานบ้านเหล่านั้นด้วย เพราะไม่อย่างนั้นถ้าเขาเข้าใจว่าเป็นการบังคับมากจนเกินไปอาจทำให้ไม่มีความสุขก็เป็นได้ เริ่มจากต้องเลือกงานให้เหมาะกับวัยของเขา ถ้าจะให้เด็ก 3 ขวบเริ่มทำกับข้าวเลยแม้จะดูสนุกแต่บอกเลยว่าพังแน่ ๆ คุณควรมองหางานบ้านที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัยรวมทั้งดูพัฒนาการของลูกคุณกันก่อน เพราะเริ่มแรกเด็กจะไม่เข้าใจเลยว่าการทำงานบ้านนั้นคืออะไร ทำอย่างไร เพื่อให้เกิดอะไรขึ้น          วิธีการคือการเริ่มจากอะไรง่าย ๆ อย่างเช่นการให้เขาจัดเก็บทำความสะอาดของส่วนตัวของตัวเอง เช่น ของเล่น พับผ้าห่ม เอาเสื้อผ้าตัวเองใส่ตะกร้า วางรองเท้าเข้าชั้น เป็นต้น          จากนั้นค่อย ๆ เริ่มขยายขอบเขตงานจากการเก็บของเล่นเป็นการเก็บหมอนบนโซฟาห้องนั่งเล่นให้เรียบร้อย เริ่มพับผ้าเช็ดโต๊ะที่ซักแล้วเข้าที่ วางรองเท้าของคนอื่น ๆ ในบ้านให้เป็นระเบียบไปด้วยกัน หรืออาจเพิ่มขอบเขตงานใหม่ ๆ ให้กับเขาเลยก็ได้เช่นกัน จะให้เขาดูแลอะไรก็ต้องทำให้เขารู้สึกเป็นเจ้าของ       คนเรามักจะดูแลสิ่งที่ตัวเองเป็นเจ้าของได้ดีกว่า การเริ่มทำให้เด็ก ๆ รู้สึกถึงการเป็นเจ้าของจะช่วยดึงความสนใจและทำให้เขาเริ่มดูแลทำงานบ้านให้กิจกรรมเหล่านั้นได้ดีขึ้น          อาจต้องเริ่มจากการอธิบายความสำคัญของการทำงานบ้านให้เขาเข้าใจ ว่าเป็นการดูแลรักษาบ้านของพวกคุณให้สวยงามและเรียบร้อยอยู่เสมอ ชมและส่งเสริมเขาด้วยหากทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดี ทำให้เขารู้สึกได้ว่ากำลังช่วยพวกคุณดูแลบ้านอยู่ เขาจะรักและทำงานต่าง ๆ ได้ดีขึ้นตามลำดับเอง อย่าลืมเพิ่มความตื่นเต้นเข้าไป การท้าทายกับเวลาน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะกับเด็ก ๆ เพราะว่าเพิ่มความสนุกให้กับเขาไม่น้อย ลองกำหนดเวลาในการทำงานบ้านต่าง ๆ ดู เช่น ล้างจานและแก้ว...

17 Jun2020June 18, 2020
Post
การฝึกวินัย จากพ่อแม่สู่ลูก

การฝึกวินัย จากพ่อแม่สู่ลูก

         ปกติเราจะคุยกันถึงเรื่องราวสำหรับเด็ก ๆ แต่วันนี้เราอยากมาชวนคุณพ่อคุณแม่คุยไปพร้อมกับการสังเกตตัวคุณเองว่าวินัยของคุณนั้นมาถูกทางพอที่จะสอนให้ลูก ๆ มีระเบียบวินัยจากภายในแล้วหรือไม่ เพราะว่าการเป็นตัวอย่างที่ดีสำคัญกับการมีระเบียบวินัยของลูกมากที่สุดค่ะ        คุณพ่อคุณแม่ต้องสุภาพเสมอ แน่นอนว่าคุณต้องไปไหนมาไหนเป็นครอบครัวกันบ้างอยู่แล้ว และเมื่อได้พบเจอผู้คนก็ให้คุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของความสุภาพและให้เกียรติทุกคนเข้าไว้ เพราะเมื่อลูกได้เห็นบ่อย ๆ ก็จะเข้าใจว่านี่คือสิ่งที่ควรทำ และเขาก็จะนำไปปฏิบัติต่อนั่นเอง        เมื่อผิดยอมรับผิด ขอโทษ และปรับปรุง ไม่ใช่ว่าพ่อแม่จะผิดไม่เป็นเสียที่ไหน แต่เมื่อผิดแล้วการยอมรับความผิด ไม่อ้างและไม่โทษปัจจัยอื่น ๆ รวมทั้งขอโทษ และแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุง นี่คือสิ่งที่สามารถทำให้ลูกเห็นและทำให้เขาไม่ได้กลัวที่จะหนีความผิด ซึ่งแน่นอนว่าต้องคอยบอกเขาเสมอว่าพยายามรอบคอบและทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมเสมอ แต่ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาจริง ๆ การยอมรับและแก้ไขเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและไม่ได้แย่เสมอไปเช่นกัน รักษาสัญญา การรับปากกับลูกมีความจำเป็นมากที่จะต้องรักษาสัญญาเอาไว้ให้ได้ทุกครั้ง ถ้าคุณไม่มั่นใจเราขอแนะนำว่าอย่ารับปากดีกว่า เพราะอาจสร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับเขา และเขาอาจเข้าใจได้ว่าเมื่อพูดแล้วไม่ต้องรักษาสัญญาก็ได้ เพราะพ่อแม่ก็ทำ เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วอาจทำให้มีผลเสียกับเขาในอนาคตได้ แสดงความรักอย่างจริงใจเสมอ เรื่องนี้เริ่มต้นได้ง่ายที่สุดคือการแสดงความรักอย่างจริงใจต่อกันในครอบครัว ทำให้ลูกรู้สึกได้เสมอว่าเขาสำคัญและได้รับความรักจากพวกคุณอย่างจริงใจ จุดนี้จะทำให้เขาไว้ใจและกล้าที่จะปรึกษา บอกเล่า ให้คุณได้ฟัง และแน่นอนอีกว่าเขาจะแสดงความรักกลับมาหาพวกคุณด้วยเช่นกัน รับฟังกันเสมอ  การถูกรับฟังจะทำให้เขารับฟังคุณด้วยเช่นกัน เมื่อเวลาเขามีอะไรอยากเล่า อยากอธิบาย ความกระตือรือร้นที่จะรับฟัง ไม่ขัดเขา รอขนเขาอธิบายหรือเล่าจนจบนั้นมีความสำคัญกับความรูสึกของลูกมาก และแน่นอนว่าเขาจะเรียนรู้ว่าเมื่อคุณเองเป็นฝ่ายพูดเขาก็จะรับฟังและพยายามที่จะเข้าใจคุณด้วยเช่นกัน และแม้ว่าจะเห็นต่างการเคารพและพูดคุยกันด้วยเหตุผลมีส่วนทำให้ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของคุณราบรื่นขึ้นได้อีกด้วย พ่อแม่ต้องกล้าลองสิ่งใหม่เสมอ ๆ   เราเชื่อว่าเรื่องความปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งที่คุณกังวล แต่การได้ลองอะไรใหม่ ๆ...

15 Apr2020April 24, 2020
Post
ควรเริ่มสอน ระเบียบวินัยลูก ตั้งแต่ตอนไหนดี?

ควรเริ่มสอน ระเบียบวินัยลูก ตั้งแต่ตอนไหนดี?

ถ้าจะถามกันว่าวัยไหนที่ควรเริ่มสอนเรื่องของ ระเบียบวินัยลูก ให้กับลูกก็คงจะต้องบอกเลยว่าสามารถเริ่มสอนกันได้ตั้งแต่ 6 เดือนกันเลยทีเดียว ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะงงว่าเด็กอายุ 6 เดือนจะสามารถรับรู้การสอนได้แล้วจริง ๆ หรือ วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับมาฝากกัน เรื่องของระเบียบวินัยยิ่งเริ่มวัยยิ่งทำให้เด็ก ๆ คุ้นเคยและซึมซับเป็นนิสัยได้ง่ายขึ้นตามไปด้วยค่ะ มาเริ่มกันที่เด็กวัย 6-12 เดือนกันก่อน การสอนเรื่องของระเบียบวินัยให้กับเด็กในวัยนี้นั้นอาจยังไม่ได้เข้มข้นมาก ขอถือว่าเป็นเหมือนการปูพื้นฐานให้กับเด็ก ๆ จะดีกว่า โดยเราจะต้องทำการสร้างวินัยแบบเชิงบวกให้กับเขากันค่ะ วิธีการที่เหมาะสมก็อย่างเช่น ให้คุณพ่อคุณแม่มีช่วงเวลาที่ทั้งครอบครัวได้ใช้ร่วมกันแบบเงียบ ๆ อยู่ในทุกวันหรือบ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้, พยายามหาของเล่นที่เหมาะกับวัยของเขาจริง ๆ มาให้เล่น, ถ้าลูกเริ่มทำอะไรที่ดูไม่มีระเบียบหรืออาจกลายเป็นความก้าวร้าวให้คุณหาวิธีเบี่ยงความสนใจของเขาให้ได้หรือจะพยายามทำให้เขาไขว้เขวกับสิ่งที่แสดงอยู่นั่นเอง วิธีสำหรับเด็กวัยนี้เหมือนเป็นการทำให้เขานั้นไม่รู้จักกับนิสัยหรือพฤติกรรมที่ไม่ดี ไม่มีระเบียบเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นสอนให้เขาได้ทำสิ่งที่มีระเบียบวินัยได้ แถมบางอย่างเช่นการปาขวดนมอาจเป็นการแสดงให้คุณพ่อคุณแม่เห็นว่ามันถึงเวลาที่จะเปลี่ยนให้ลูกเริ่มดื่มนมจากแก้วกันแล้ว ทำให้แต่ละขั้นตอนคุณต้องสังเกตลูกให้ดีว่าพฤติกรรมของเขาสื่อถืออะไรกันแน่ มาต่อกันที่เด็ก 1-2 ปีกันเลย วัยนี้เรื่องของการเดินและเคลื่อนไหวเริ่มเพิ่มเติมเข้ามากันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะเริ่มสนุกสนานที่สามารถคุมตัวเองได้และเขาก็อยากจะคุมตัวเองได้มากขึ้นด้วย เขาคือวัยที่เรียกได้ว่าเป็นนักสำรวจตัวจริง และสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เขาเริ่มมีอารมณ์ต่าง ๆ มากขึ้นทั้งความโกรธ โมโห โวยวาย แถมบางคนก็ซนจนคุณพ่อคุณแม่ปวดหัวเลยก็มี         วิธีส่งเสริมความมีระเบียบวินัยให้กับเด็กวัยนี้ยังใช้วิธีที่จริงจังมาก ๆ ไม่ได้ เราขอแนะนำให้คุณเลือกที่จะเพิ่มความปลอดภัยในบ้านให้มากขึ้นเพื่อป้องกันนักสำรวจตัวน้อยจะเป็นอันตราย และเมื่อเขาทำผิดให้เสนอทางเลือกที่เขาจะถูกลงโทษ และแน่นอนว่าคุณยังต้องทำการเบี่ยงความสนใจของเขาอยู่เรื่อย ๆ...

19 Dec2019December 23, 2019
Post
สิ่งที่ลูกน้อยต้องทำให้ได้ เตรียมความพร้อม ก่อนลูกเข้าโรงเรียน

สิ่งที่ลูกน้อยต้องทำให้ได้ เตรียมความพร้อม ก่อนลูกเข้าโรงเรียน

ในปัจจุบันเด็กจะเข้าเรียนในโรงเรียน  โดยมีอายุน้อยกว่าในอดีต เพราะพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องทำงาน บางครอบครัวหลังจากที่แม่คลอดลูกได้เพียงแค่  3 เดือน ก็นำลูกน้อยไปฝากเลี้ยงแล้ว เพราะพ่อกับแม่ต้องช่วยกันทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงชีพ  บางครอบครัวคลอดลูกแล้วไม่มีปู่ย่าตายายที่ต้องช่วยเลี้ยงดู การส่งลูกน้อยเข้าสู่สถานรับเลี้ยงเด็กจึงเป็นวิธีที่ดูแลลูกได้ดีที่สุดสำหรับที่พ่อแม่สามารถทำได้ในยุคนี้   แต่เมื่อพูดถึงตามพัฒนาการที่เหมาะสมของเด็ก ที่สามารถเข้าสังคมและเรียนรู้ได้ดีนั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไป เป็นวัยที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นเข้าเรียนในโรงเรียน  เพราะพัฒนาการของเด็กอายุ 2 ขวบสามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ดีในสังคม  แต่เรื่องที่พ่อแม่ห่วงที่สุดในการเข้าโรงเรียน ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องความปลอดภัยที่เกี่ยวกับชีวิตของลูก จนลืมนึกไปว่าสิ่งสำคัญที่ลูกต้องทำให้ได้ก่อนเข้าโรงเรียนนั้น มีความสำคัญมากแค่ไหน เพราะเป็นการกำหนดขอบเขตในสิ่งที่ลูกต้องทำให้ได้เพื่ออยู่ร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนได้อย่างมีความสุขและที่สำคัญไม่เป็นภาระของครูมากเกินไป การเตรียมตัวก่อนเข้าเรียน เตรียมความพร้อม ก่อนลูกเข้าโรงเรียน การเลิกดื่มนมจากขวดนมอย่างเด็ดขาด  เด็กควรเลิกดื่มนมจากขวดนมอายุไม่ควรเกิน 12 เดือน หรืออายุ 1 ปี เพราะจะทำให้เกิดผลเสียต่างๆทางด้านร่างกายเช่น ปัญหาของฟันผุ ปัญหาฟันหน้าที่ยื่นออกมา  และเมื่อลูกต้องไปโรงเรียนลูกจะสร้างภาระให้กับคุณครูและพ่อแม่ที่ต้องยุ่งยากในการเตรียมขวดนม ล้างขวดนม และผสมนมให้ลูกดื่ม หากพ่อแม่ฝึกให้ลูกเลิกดื่มนมจากขวดตั้งแต่อายุ1ปีได้  เมื่อถึงเวลาเข้าโรงเรียนพ่อแม่กับคุณครูก็จะไม่มีความยุ่งยากเลย และลูกก็จะมีสุขภาพฟันที่ดีด้วย การเข้าห้องน้ำด้วยตนเองได้ การเข้าห้องน้ำเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกทำได้ตั้งแต่อยู่ในบ้าน เพราะการปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเรื่องที่ลูกน้อยต้องปฏิบัติให้ได้ด้วยตนเองในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว หากพ่อแม่ฝึกลูกให้ลูกสามารถช่วยเหลือตนเองในห้องน้ำได้ จึงเป็นผลดีที่จะทำให้ลูก ไม่ต้องฉี่ใส่ชุดนักเรียน แต่ยังมีพ่อแม่บางคนยังให้ลูกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปมาโรงเรียน เพราะไม่มีการฝึกลูกในการเข้าห้องน้ำ ลูกก็จะไม่สามารถเข้าห้องน้ำเองได้เลยนอกจากจะพบกับสภาพที่อับชื้นที่จะเกิดขึ้นกับตัวลูกแล้วยังทำให้พ่อแม่ต้องเสียเงินซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปอยู่ตลอดอีกด้วย    ลูกจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้เลย จะไม่สามารถเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะเองได้ ลูกจะติดอยู่กับการฉี่ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเหมือนเดิม จะเป็นการสร้างภาระให้ครูที่ต้องคอยเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้กับเด็กตลอดเวลาอีกด้วย การรับประทานอาหารด้วยตนเอง การรับประทานอาหารด้วยตนเองเป็นเรื่องพื้นฐานที่พ่อแม่ควรฝึกลูกตั้งแต่อยู่ในบ้านเช่นกัน เพราะเด็กจะชื่นชอบการนั่งรับประทานอาหารและชื่นชอบการใช้มือจับอาหารเข้าปากที่สุด  การฝึกให้เขาได้เรียนรู้การรับประทานอาหารตั้งแต่อายุ 1 ขวบ...

02 Dec2019December 11, 2019
Post
วิธีการแก้ปัญหาเด็ก ไม่อยากไปโรงเรียน ในสิงคโปร์ ที่กำลังเผชิญอยู่

วิธีการแก้ปัญหาเด็ก ไม่อยากไปโรงเรียน ในสิงคโปร์ ที่กำลังเผชิญอยู่

ผู้ปกครองบางคนในสิงคโปร์อาจสงสัยว่าทำไมลูกของพวกเขาจึง ไม่อยากไปโรงเรียน ลูกของคุณไม่อยากไปโรงเรียน ไม่ว่าคุณจะช่วยสนับสนุนเขามากแค่ไหนก็ตาม หากสิ่งนี้มีความลำบากใจเมื่อต้องพาเขาไปโรงเรียนในทุกๆเช้า คุณต้องถามตัวเองและลูกว่า ทำไม? คุณเป็นเช่นนี้หรือไม่? ต้องทะเลาะกับลูกน้อยหรือมีความลำบากใจเมื่อต้องพาเขาไปโรงเรียน? ลูกของคุณร้องงอแงไม่อยากไปโรงเรียนอนุบาลและขอให้แม่อยู่ด้วยหรือไม่? แต่คุณเองก็ต้องไปทำงาน แล้วคุณจะทำอย่างไรล่ะ? ทำไมลูกของคุณ ไม่อยากไปโรงเรียน เกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ ความจริงที่ว่าลูกไม่อยากให้แม่ทิ้งเขาไว้ที่โรงเรียนนั้นไม่ใช่ประเด็นใหญ่อะไร แต่ประเด็นคือว่า ทำไมเขาไม่อยากถูกทิ้งไว้ การหาสาเหตุที่แท้จริงคือวิธีที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและคุณก็จะได้ไปทำงานได้อย่างสบายใจ หาสาเหตุของปัญหา 1. การเจ็บป่วย หากลูกของคุณตื่นขึ้นมาบ่นว่าพวกเขาไม่อยากไปโรงเรียน ลูกคุณรู้สึกไม่สบายหรือไม่? ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านหากคุณรู้สึกไม่สบาย นี่อาจเป็นสาเหตุที่ลูกไม่อยากไปโรงเรียนอนุบาลก็เป็นได้ ดังนั้นควรเชคกับลูกให้ดีก่อนว่าลูกของคุณมีไข้หรือไม่? เจ็บคอหรือไม่ เขามีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายหรือไม่? มีอาการคัดจมูกหรือมีอาการไอหรือไม่? ความจริงที่ว่าลูกไม่อยากให้แม่ทิ้งเขาไว้ที่โรงเรียนนั้นไม่ใช่ประเด็นใหญ่อะไร แต่ประเด็นคือว่า ทำไมเขาไม่อยากถูกทิ้งไว้ การหาสาเหตุที่แท้จริงคือวิธีที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและคุณก็จะได้ไปทำงานได้อย่างสบายใจ ดังนั้นถ้าลูกไม่อยากไปโรงเรียนเพราะสาเหตุว่าไม่สบาย 100% ก็ให้เขาพักผ่อนให้อยู่บ้าน 2. ความเหนื่อยล้า ถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้ว่า: ลูกได้นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอหรือไม่? เขานอนหลับฝันดีไหม? ความจริงก็คือ เด็กที่เหนื่อย คือ เด็กที่ตื่นตัวอยู่เสมอ  การให้ความสำคัญในการสร้างกิจวัตรก่อนนอนในเชิงบวกที่ช่วยให้มั่นใจว่านอนหลับ 8 ชั่วโมงต่อคืนอย่างเพียงพอ 3. ความกลัว ดูเหตุผลอันลึกซึ้งเมื่อลูกของคุณไม่อยากไปโรงเรียน: ลูกของคุณกลัวที่จะไปโรงเรียนหรือไม่? โดยปกติแล้วเด็กที่ไม่มีปัญหาเรื่องการไปโรงเรียน แต่บางครั้งอาจเจอปัญหาอะไรบางอย่างที่ทนต่อการร้องไห้ไม่ได้ และไม่มีเหตุผล งานนี้คุณต้องหาว่าเหตุผลนั้นคืออะไร ลูกกลัวเด็กคนอื่นที่โรงเรียนหรือไม่? เด็กอันธพาลที่เที่ยวแกล้งคนอื่นมีได้ทุกรูปแบบและเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัยของเด็ก อาจเจอการขู่และแกล้งของเด็กอื่น จนทำให้พวกเขากลัวได้ แต่สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นจริงในโลกของเรา ให้คุณพูดคุยกับครูที่ดูแลเด็กเพื่อให้พวกเขาช่วยดูแลสถานการณ์ในห้องเรียนหากต้องการตรวจสอบว่าการรังแกเป็นต้นเหตุของความกลัวของเด็กหรือไม่ให้ถามคำถามทางอ้อมที่จะสร้างโอกาสให้ลูกของคุณแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขา ลูกของคุณกลัวที่จะไปโรงเรียนอาจมีสาเหตุมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่เธออยู่ที่โรงเรียน’บางสิ่งบางอย่าง’ นี้อาจเป็นเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งต่อไปนี้ แต่ไม่จำกัดเพียง: เด็กคนอื่นได้รับบาดเจ็บหรือประสบกับการจับกุหรือการทำร้าย โรงเรียนต้องปิดตัวลงเพื่อความปลอดภัย ก่อนอื่น แก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของความวิตกกังวลของลูกเท่าที่คุณทำได้ก่อน เมื่อคุณได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว...

28 Nov2019December 11, 2019
Post
ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้

ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้

ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีในเด็กเล็กอาจกลายเป็นปัญหาร้ายแรงในภายหลังในชีวิต ด้วยความคิดนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองต้องระวังสัญญาณเตือนและแทรกแซงทันเวลาเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง เด็กเลียนแบบพฤติกรรมของคนรอบข้าง หากเด็กใช้เวลากับคนที่มีนิสัยนิสัยที่ไม่ดี พวกเขาก็จะโตมากับความก้าวร้าวรุนแรง  นี่เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้เมื่อเราพูดถึงวิธีการแก้ไข ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีในเด็กเล็ก ปัญหาพฤติกรรมนิสัยที่ไม่ดีมีลักษณะอย่างไร?? นิสัยจะเกิดขึ้นเมื่อเราย้ำพฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว นิสัยที่ไม่ดีในเด็กเล็กอาจเกิดจากปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจ นิสัยสามารถก่อให้เกิดพฤติกรรมครอบงำซึ่งควรได้รับการปฏิบัติโดยแพทย์หรือนักจิตวิทยา นิสัยที่ไม่ดีในเด็กเล็ก นิสัยที่ไม่ดีบางอย่างในเด็กเล็กอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ อื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และชีวิตครอบครัว 1. ปล่อยให้ลูกกินขนมกรุบกรอบ ขนมหวาน อาหารที่ไม่มีประโยชน์มากไป ผู้ใหญ่ทุกคนรับรู้ได้ว่าอาหารชนิดไหนมีคุณค่าและมีประโยชน์สำหรับเด็ก การปล่อยให้ลูกกินขนมไม่มีประโยชน์ ของทอด ของมัน ๆ เช่น มันฝรั่งทอด ช็อกโกแลต ไอศกรีม ขนมที่มีรสหวาน ในปริมาณที่มากเกินไป หรือเอาใจให้ลูกกินทุกวันจะเป็นการทำร้ายสุขภาพร่างกายของลูกโดยไม่รู้ตัว การกินอาหารขยะเป็นนิสัยที่ไม่ดีที่พบได้บ่อยในทุกวันนี้ อันที่จริงมีเด็กที่ไม่ต้องการกินอะไรนอกจากอาหารจานด่วน ผลของนิสัยนี้คือโรคอ้วนในเด็กและความดันโลหิตสูงเป็นต้น เด็กบางคนเลือกกินอาหาร จะกินอยู่เพียงไม่กี่ชนิด และบางคนยังเลือกกินแต่ของไม่มีประโยชน์เสียอีก ทำให้คุณต้องเครียดกลัวลูกจะได้รับสารอาหารไม่ครบในแต่ละมื้อ เพื่อให้ลูกน้อยหากจากนิสัยนี้ ให้เตรียมสูตรอาหารที่มีอาหารหลากหลายชนิดและดึงดูดความสนใจของลูก 2. ปล่อยให้ลูกกินหน้าทีวี การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารหน้าทีวีอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น สมองของเด็กที่มุ่งเน้นไปที่รายการทีวีโปรดของพวกเขาไม่ได้รับข้อความเมื่อพวกเขาเต็มทำให้นำไปสู่การกินมากเกินไป นอกจากนี้ช่วงบ่ายควรเป็นโอกาสให้ครอบครัวได้นั่งคุยกันและพูดคุยเกี่ยวกับวันของพวกเขา “ เด็กเลียนแบบพฤติกรรมของคนรอบข้าง ถ้าเด็กใช้เวลากับคนที่มีนิสัยไม่ดี เขาหรือเธอก็จะมารับพวกเขาเช่นกัน” 3. พูดจาหยาบคาย  อาจเป็นเพราะได้ยินพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดไม่ได้ระมัดระวังคำพูด เลยทำให้ลูกจำและเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เมื่อพวกเขาอยู่นอกบ้านเด็ก ๆ จะพูดคำหยาบต่อหน้าครูและผู้ใหญ่คนอื่น...

04 Nov2019November 4, 2019
Post
TIME OUT(การขอเวลานอก) วิธีการลงโทษลูก แบบสงบแต่สยบลูกน้อยอย่างได้ผล

TIME OUT(การขอเวลานอก) วิธีการลงโทษลูก แบบสงบแต่สยบลูกน้อยอย่างได้ผล

วิธีการลงโทษลูก มีหลากหลายวิธี ยิ่งในปัจจุบันไม่ควรลงโทษด้วยวิธีการตี การดุว่าอย่างแรง เพราะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ และยังเป็นการปลูกฝังนิสัยรุนแรงให้แก่เด็ก แล้วจะมีวิธีการทำโทษที่ไม่ตี ไม่ดุว่าแต่ได้ผลสยบเจ้าหนูได้บ้างไหมนะ Time out (การขอเวลานอก)  เป็นวิธีการที่ตอบโจทย์นี้ได้ นี่คือเคล็ดลับ วิธีการลงโทษลูก บางส่วนจาก American Academy of Pediatrics เด็กในวัยใดสามารถใช้วิธี Time out (การขอเวลานอก) ได้ 1. เตือนลูกก่อน ” ถ้าลูกไม่หยุด ลูกจะต้อง Time out (การขอเวลานอก)” ตามที่ตั้งกฏไว้ 2. ตั้งชื่อพฤติกรรมนี้ ( เช่น “ไม่ตี” ) 3. ให้ลูกของคุณไปยังสถานที่ที่เงียบสงบ เช่น มุมห้อง ที่ไม่ใช่ห้องนอนหรือห้องเด็กเล่น 4. เริ่มจับเวลา 1 นาทีสำหรับแต่ละปี ตัวอย่างเช่น: สำหรับเด็กอายุ 2 ขวบ ควรเริ่มจากระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 2 นาที สำหรับ เด็กอายุ 3 ขวบ ควรเริ่มจากระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 3...

22 Aug2019September 12, 2019
Post
แนะนำ วิธีให้ลูกเลิกดูดเต้า วิธีหย่านม เทคนิค หย่านมลูก ง่ายๆ

แนะนำ วิธีให้ลูกเลิกดูดเต้า วิธีหย่านม เทคนิค หย่านมลูก ง่ายๆ

การ หย่านมลูก ไม่ได้มีผลกระทบเฉพาะลูกเพียงอย่างเดียว แต่กลับมีผลกลับต่อตัวแม่เช่นเดียวกัน ซึ่ง guidmama จะมาแนะนำ วิธีหย่านม วิธีให้ลูกเลิกดูดเต้า เทคนิค หย่านมลูก ง่ายๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบมาก ทั้งต่อแม่และลูกน้อย

08 Aug2019August 8, 2019
Post
การนอนของทารก แรกเกิด สิ่งที่ คุณแม่ มือใหม่ ต้องรู้ หาก ทารกนอนหลับไม่สนิท

การนอนของทารก แรกเกิด สิ่งที่ คุณแม่ มือใหม่ ต้องรู้ หาก ทารกนอนหลับไม่สนิท

การนอนของทารก เด็กทารก ก็ต้องการ การนอนหลับพักผ่อน อย่างเพียงพอ เมื่อ ทารกนอนหลับไม่สนิท พ่อ แม่ มือใหม่ ควรทำอย่างไร วันนี้ คู่มือแม่ guidemama จะมาแนะนำเคล็ดลับ การนอนของทารกแรกเกิด มาให้ได้ศึกษากัน

  • 1
  • 2