23 Sep2020September 30, 2020
Post
เคล็ดลับ คลายร้อน ให้เด็กทารก

เคล็ดลับ คลายร้อน ให้เด็กทารก

       อากาศเมืองไทยเรานั้นต้องยอมรับเลยว่าเป็นเมืองร้อนตัวจริงเสียงจริง ซึ่งเด็ก ๆ ในวัยแบเบาะเองก็รู้สึกร้อนไม่ต่างจากพวกเราเลย แต่เขายังไม่สามารถสื่อสารออกมาได้อย่างชัดเจน ดังนั้นพวกเราต้องทำหน้าที่คอยเฝ้าสังเกตเพื่อที่จะดูแลให้เขาสบายตัวอยู่เสมอ วันนี้เราเลยได้รวบรวมเคล็ดลับการ คลายร้อน ให้กับเจ้าตัวเล็กมาฝากคุณกันจะมีอะไรบ้างมาติดตามไปพร้อมกันเลย แอร์ต้องเปิดในอุณหภูมิที่เหมาะสม แม้ว่าแอร์จะเป็นสิ่งที่ให้ความเย็นสบายกับพวกเราได้ดีที่สุดแต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับเจ้าตัวเล็กเอาไว้เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะหนาวไปและเกิดไม่สบายขึ้นมาได้ โดยอุณหภูมิที่เหมาะกับเด็กเล็กมาที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 27 องศาฯ และอย่าลืมสังเกตทิศทางลมของแอร์กันด้วยไม่ควรให้เป่าลงตัวเด็กโดยตรงเด็ดขาด เน้นให้ส่ายไปมาเพื่ออากาศที่ถ่ายเทและเย็นสบายจะดีที่สุด ผ้าห่มต้องให้ความสบายตัว ผ้าห่มเป็นอุปกรณ์การนอนที่สำคัญแม้จะเป็นช่วงหน้าร้อนก็ตาม เพราะถ้าเป็นช่วงกลางคืนแม้ว่าจะอยู่ในหน้าร้อนอุณหภูมิก็มีแนวโน้มจะลดลง ซึ่งรวมทั้งอุณหภูมิของร่างกายเด็กด้วย และยิ่งถ้าเปิดแอร์ให้เด็กนอนอาจทำให้เขารู้สึกหนาวได้ ดังนั้นจึงควรมีผ้าห่มไว้สำหรับเจ้าตัวเล็กแต่ต้องเลือกที่เนื้อผ้าสบาย ไม่หนา ไม่หนัก เนื้อนุ่ม จะให้ดีแนะนำว่าควรเป็นผ้าใยไผ่ และเน้นการให้ความอบอุ่นกับเด็กเป็นพิเศษที่ช่วงปลายเท้ากับหน้าอก อะไรหนา ๆ เอาออกจากเตียงนอน แม้ว่าจะดูน่ารักที่มีตุ๊กตาตา หมอน และเครื่องนอนต่าง ๆ อยู่เต็มเตียงลูกน้อยแต่นั่นอาจทำให้เขาเกิดอันตรายจากการนอนพลิกตัวแล้วหายใจไม่ออก และทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดีเท่าที่ควรอีกด้วย ดังนั้นให้เลือกที่นอนและผ้าปูที่ระบายอากาศได้ดี เครื่องนอนมีเฉพาะที่จำเป็นอย่าง หมอนหนุน หมอนข้าง และผ้าห่ม จะช่วยให้ลูกนอนสบายและอากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น ลดความร้อนไปได้ในตัว ช่วงกลางวันอย่าลืมเปิดหน้าต่าง ถ้าเป็นช่วงกลางวันแล้วบางบ้านไม่ได้เปิดแอร์ก็ขอแนะนำว่าให้เปิดพัดลมส่ายไปมาให้อากาศมีการถ่ายเท ระวังอย่าให้โดนตัวเด็กโดยตรง และเปิดหน้าต่างเพื่อให้มีอากาศถ่ายเทมากขึ้น จะช่วยให้เด็ก ๆ รู้สึกสบายตัวได้ ในระหว่างวันอาจหาผ้าสะอาดชุบน้ำมาเช็ดตัวคลายความร้อนให้กับเขาหรืออาจนำผ้าสะอาดชุบน้ำแล้วแช่ตู้เย็นไว้สักพักจากนั้นนำมาเช็ดตัวให้เขาก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน มองหาเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เป็นโจทย์ที่คุณพ่คุณแม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพราะเสื้อผ้านั้นเป็นเรื่องของความสบายตัวหลัก ๆ ของเจ้าตัวเล็กเลยก็ว่าได้...

09 Sep2020September 30, 2020
Post
เด็กทารก กับการ สะอึก

เด็กทารก กับการ สะอึก

         เมื่อเจ้าตัวเล็กของคุณต้องเจอกับอาการสะอึกอยู่บ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนที่คุณต้องหันมาใส่ใจกับอาการของเขามากขึ้นแล้ว ซึ่งวันนี้เราจะมาขยายอาการสะอึกของเขาให้คุณได้รู้ลึกรู้จริงกันว่าเกิดจากอะไร มีอันตรายหรือไม่ และจะสามารถช่วยเขาแก้ไขอาการแสนน่ารำคาญนี้ไปได้อย่างไร อย่ารอช้ามาหาวิธีรับมือกับอาการสะอึกของเจ้าตัวเล็กไปพร้อมกันเลยดีกว่า        ส่วนใหญ่อาการสะอึกจะเกิดขึ้นตอนไหน?          สำหรับอาการนี้จริง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่สำหรับเด็ก ๆ ทารกส่วนใหญ่นั้นมักจะเกิดหลังอิ่มนม เพราะเกิดการขยายขึ้นของกระเพาะจนทำให้มีแรงดันไปดันที่กระบังลม ที่อยู่ระหว่างปอดกับช่องท้อง ทำให้กระบังลมเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็ว และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวเล็กเกิดอาการสะอึกขึ้นมานั่นเอง        อันตรายของการสะอึก          ถ้าจะพูดถึงโดยทั่วไปแล้วนั้นการสะอึกไม่มีอันตรายกับเด็ก และถือว่าเป็นเรื่องปกติเลยก็ว่าได้ ซึ่งเมื่ออายุประมาณ 4-5 เดือนอาการสะอึกของเขาก็จะค่อย ๆ ลดน้อยหายไป และอาจไม่เกิดขึ้นบ่อย ๆ แล้วอีกด้วยเพราะกระบังลมของเขาเริ่มทำงานได้ดีและแข็งแรงขึ้นนั่นเอง          แต่ถ้าเขาสะอึกต่อเนื่องยาวนานจนเห็นได้ชัดเลยว่ามีความผิดปกติ และยังอาจมีอาการของการอาเจียนร่วมด้วยเป็นแบบนี้ต้องรีบพาเขาไปหาหมอในไวเพราะอาจเป็นอาการของโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ไ้ด้นั่นเอง          ซึ่งการรักษาอาการเหล่านี้แน่นอนว่าก่อนอื่นคุณหมอต้องถามประวัติต่าง ๆ ของเด็กก่อน และส่วนใหญ่จะลงท้ายด้วยการจัดยาคลายเครียด และยาเหล่านี้จะเข้าไปทำการเพิ่มการบีบตัวของกระเพาะ หรือในบางกรณีคุณหมออาจให้เป็นยาขับลมมา ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไรก็ถือว่าขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคุณหมอนั่นเอง        อยากช่วยลูกแก้อาการสะอึกทำอย่างไร 1. การอุ้มเรอ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ควรทำทุกครั้งหลังลูกกินนมอิ่ม วิธีการไม่ยุ่งยากเพียงคุณอุ้มลูกขึ้นมานั่งตรง ให้เขาพิงกับอกของคุณก็ได้ จากนั้นใช้มือหนึ่งประคองอกส่วนอีกมือหนึ่งตบหลังหรือูบหลังเป็นวงกลมเบา ๆ จากนั้นเขาก็จะเรอออกมา แต่ถ้าลูกไม่เรอลองจับขาเขางอขึ้นไปที่อก วิธีนี้ก็มีส่วนช่วยขับลมได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน 2. ให้เขาดูดนมแม่ ครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่ออิ่ม แต่เป็นการทำเพื่อช่วยลูกให้กลับมาหายใจได้อย่างถูกต้องและลดอาการสะอึกลงนั่นเอง...

26 Aug2020September 28, 2020
Post
ช่วยลูกแก้เรื่อง ฉี่รดที่นอน

ช่วยลูกแก้เรื่อง ฉี่รดที่นอน

       การฉี่รดที่นอนสำหรับเด็ก ๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะอาจทำให้เด็กเสียความมั่นใจและคุณพ่อคุณแม่เองต้องมาคอยทำความสะอาด แม้ว่าภาวะนี้จะสามารถค่อย ๆ หายเองได้ในไม่ช้า แต่ถ้าดูแลให้เขาหายจากการ ฉี่รดที่นอน ได้เร็วเท่าไรก็ดูเหมือนว่าจะเป็นผลดีกับเขามากขึ้นเท่านั้น วันนี้เรามาหาวิธีไปช่วยเจ้าตัวเล็กให้เลิกฉี่รดที่นอนกันดีกว่า ให้ลูกเข้ามามีความรับผิดชอบด้วย เมื่อลูกเกิดฉี่รดที่นอนขึ้นมาลองให้เขาได้จดบันทึกก่อนฉี่รดที่นอนของตัวเองเพื่อดูความถี่ และเมื่อเขาฉี่รดที่นอนก็ให้เขาได้ดูแลจัดการทำความสะอาดด้วยตัวเองหรือทำร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ สอนให้เขาลุกขึ้นมาเพื่อเข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังปวดฉี่ โดยจากสถิติแล้วนั้นจำนวนของการฉี่ลดที่นอนจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ เมื่อคุณได้เริ่มให้ลูกจดบันทึกการฉี่รดที่นอนด้วตัวเอง ไม่ต้องปลุกเขา คุณพ่อคุณแม่อาจจะกลัวว่าลูกนั้นจะฉี่รดที่นอนจึงเลือกที่จะสังเกตและปลุกเขาในเวลาที่เขามักฉี่รดที่นอน วิธีนี้บอกเลยว่าไม่ควรทำเพราะเมื่อคุณปลุกเขาขึ้นมาอย่างไรเขาก็ยังอยู่ในสภาวะแบบกึ่งหลับกึ่งตื่นเทียบเท่าได้กับการฉี่รดที่นอนนั่นเอง ซึ่งแม้ว่าจะทำแบบนี้การฉี่รดที่นอนของลูกก็ยังไม่ลดลงเช่นเดียวกัน แถมที่สำคัญนี่ยังทำให้คุณเข้าไปขัดจังหวะการนอนของเขาจนอาจส่งผลถึงเรื่องอื่น ๆ ได้อีกด้วย ไม่ควรดุเมื่อลูกฉี่รดที่นอน นี่คือเหตุการณ์ที่แม้แต่ลูกเองก็ยังไม่อยากให้เกิดขึ้น และการดุเขาก็ดูเหมือนจะไม่มีส่วนช่วยให้อะไรดีขึ้นด้วย การดุมีแต่จะเพิ่มความเครียดให้กับเขา ในส่วนนี้ขอให้คุณพ่อคุณแม่มีความอดทนกับเขาเพราะไม่ว่าจะช้าหรือเร็วอาการของภาวะฉี่รดที่นอนจะค่อย ๆ หายไปจากลูกคุณอย่างแน่นอน ไม่ควรที่จะเร่งลูก การเร่งไม่ดีพอ ๆ กับการดุเขาเมื่อฉี่รดที่นอนเลยก็ว่าได้ และสิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุดคือการนำเขาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ปล่อยให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างเป็นธรรมชาติ อาจเพิ่มเติมการให้รางวัลเมื่อวันไหนที่เขาไม่ฉี่รดที่นอน แบบนี้จะช่วยให้ลูกปรับพฤติกรรมได้เร็วกว่ามาก และบอกเลยว่าเห็นผลแบบแน่นอนกว่าแถมยังเป็นการสร้างความรักความเข้าใจให้แก่กันในครอบครัวอีกด้วย เรื่องของการฉี่รดที่นอนบอกเลยว่าเด็ก ๆ ยังไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้ดีเท่านั้นไม่ใช่ความตั้งใจหรือความผิดแต่อย่างใด ให้ดูแลเรื่องนี้กับเขาไปด้วยความเข้าใจและอดทน ไม่นานอย่างแน่นอนเรื่องนี้จะค่อย ๆ หายไปและถึงเวลาที่คุณต้องพาเขาไปเรื่องรู้และฝึกในเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตกันต่อไป

12 Aug2020August 18, 2020
Post
กำเดาไหล ในเด็ก กำลังบอกอะไรคุณ

กำเดาไหล ในเด็ก กำลังบอกอะไรคุณ

อาการ เลือดกำเดาไหล อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อยู่บ้างและไม่ได้มีอันตรายมากนัก แต่ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับลูกน้อยของคุณมันอาจเป็นสัญญาณสุขภาพบางอย่างจากเขาก็เป็นได้ ถ้าอย่างนั้นเราลองมารู้สาเหตุและสัญญาณต่าง ๆ ของอาการเลือดกำเดาไหลในเด็กกันหน่อยดีกว่า จะได้ลองเอาไปสังเกตลูกและดูแลเขาได้อย่างทันท่วงที สาเหตุหลัก ๆ ของเลือดกำเดาไหล เด็กเล็กมักจะเกิดอาการเลือดกำเดาไหลกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งมักจะมีอาการนี้ในช่วงที่อากาศแห้งหรือในช่วงหน้าหนาว อากาศหนาวกว่าปกตินั่นเอง หรือแม้แต่วันที่ร้อนจัดก็สามารถทำให้เลือดกำเดาไหลได้เช่นกัน โดยเลือดกำเดาจะไหลออกมาแบบไม่รุนแรง สามารถที่จะหยุดเองได้ในช่วงเวลาประมาณ 10-15 นาที และที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเขามีเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตกนั่นเอง สาเหตุอื่น ๆ นอกจากเรื่องของอากาศที่ทำให้เลือดกำเดาไหลนั่นก็คือร่างกายของเด็ก ๆ อาจขาดวิตามินซีหรือได้รับอุบัติเหตุกระทบกระเทือนในบริเวณโพรงจมูก และสุดท้ายถ้าเกิดขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุนั่นอาจบ่งบอกถึงความผิดปกติทางร่างกายของเขาก็เป็นได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องสังเกตความถี่ในการเกิดอาการเลือดกำเดาไหลของลูกกันเอาไว้ให้ดี อาการเลือดกำเดาไหลแบบที่ต้องรีบไปหาหมอ แม้จะบอกว่ามันเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ แต่หากลูกของคุณเกิดเลือดกำเดาไหลในข่ายแบบที่เรากำลังจะบอกวิธีที่ควรทำที่สุดก็คือการรีบพาเขาไปพบแพทย์นั่นเอง ลูกของคุณอาจมีอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ และนานกว่าปกติคือนานกว่าช่วง 10-15 นาที และผิวหนังที่เลือดออกนั้นมีอาการของความผิดปกติอย่างเช่น จ้ำเขียว จุดแดง จุดเลือด ร่วมอยู่ด้วย ต่อมาลูกของคุณอาจมีอาการเลือดออกมาตามไรฟันและลิ้นร่วมด้วยอีกนอกจากแค่อาการของเลือดกำเดาไหล คุณควรลองเข้าไปสังเกตในเรื่องของสีปัสสาวะกันด้วย ถ้าสีเหมือนกับน้ำล้างเนื้อและส่วนของอุจจาระเองก็สีออกดำคล้ายกับบางมะตอยหรือมีมูกเลือดปนด้วยแบบนี้ก็เข้าข่ายอาการที่ควรรีบพาไปพบแพทย์ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าเมื่อลูกของคุณมีอาการเลือดกำเดาไหลร่วมกับมีไข้นี่ไม่ใช่อาการปกติของภาวะนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้เมื่อลูกเลือดกำเดาไหลแล้วเกิดาอาการวิงเวียน เหนื่อย หอบ เพลีย มีการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตได้อย่างไม่กระฉับกระเฉงรวมทั้งดูผิวพรรณแล้วมีความซีดลง แบบนี้ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อหาสาเหตุของเลือดกำเดาที่ไหนอย่างแน่ชัด โรคอะไรที่อาจเกิดขึ้นได้จากสัญญาณเหล่านี้ –...

29 Jul2020August 4, 2020
Post
คุณแม่มือใหม่ ทานอะไร เพิ่มน้ำนม

คุณแม่มือใหม่ ทานอะไร เพิ่มน้ำนม

หลังคลอดนอกจากการรับมือกับการฟื้นฟูดูแลร่างกายแล้ว การดูแลลูกก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เด็กแรกเกิดควรได้รับก็คือนมแม่นั่นเอง แต่ก็มีคุณแม่หลายคนที่ประสบปัญหาน้ำนมไม่มากพอ ดังนั้นถ้าตอนนี้คุณกำลังท้องใกล้คลอดหรือคลอดแล้วเจอกับปัญหานี้อยู่มาหาอะไรทานเพื่อผลิตน้ำนมกันดีกว่า ส่วนจะมีอะไรบ้างวันนี้เราได้รวบรวมมาไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว หัวปลี นี่น่าจะเป็นหนึ่งในของกินที่คุณแม่ได้รับคำแนะนำให้หามากินกันมากที่สุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะในหัวปลีนั้นมาพร้อมแคลเซียมที่สูง แล้วยังพ่วงทั้งฟอสฟอรัส โปรตีน วิตามินซี รวมทั้งมีเส้นใยอยู่มาก ซึ่งทั้งหมดที่เราว่ามานี้มีผลกับการผลิตน้ำนมไม่น้อยเลยทีเดียว และขอแนะนำเลยว่าสำหรับคุณแม่เพิ่งคลอดทุกคนควรกินหัวปลีเป็นประจำเพื่อคุณภาพของการผลิตน้ำนมที่ดีนั่นเอง ใบกระเพรา ข่าวดีของคุณแม่ที่รักเมนูกระเพรา ใบกระเพราที่เราคุ้นเคยนั้นความจริงแล้วเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส แถมยังมีเส้นใยสูงอีกด้วย ทำให้เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการผลิตน้ำนมเป็นอย่างมากเพราะด้วยฤทธิ์ที่ร้อนของใบกระเพราะทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี น้ำนมก็ไหลออกมามากขึ้น และสำหรับเด็ก ๆ เองเมื่อดูดนมที่มีสารอาหารจากใบกระเพราเข้าไปก็มีส่วนช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ขิง ไม่ว่าคุณจะต้องการวิตามินเอ บี 1 บี 2 แคลเซียมหรือคาร์โบไฮเดรตขิงก็เป็นสมุนไพรที่มีไว้ให้คุณด้วยกันทั้งนั้น แถมยังมีส่วนช่วยในการลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ดี และยังช่วยขับลม ขับเหงื่อ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลดีกับกระบวนการผลิตน้ำนมของคุณแม่อย่างแน่นอน ตำลึง ผักชนิดนี้นั้นบอกได้เลยว่านำมาทำอาหารได้หลากหลาย หากินง่าย แล้วก็มีรสชาติอร่อย และที่สำคัญมีส่วนช่วยในเรื่องของการผลิตน้ำนมได้เป็นอย่างดี เพราะมีทั้งโปรตีนและวิตามินหลากหลายชนิดมารวมตัวกัน และยังมีในส่วนของธาตุเหล็ก แคลเซียม เส้นใยอาหารที่สูงอยู่ภายในตัว เป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรพลาดจะกินเมื่อคลอดแล้วต้องการเพิ่มน้ำนม มะลอกอ มาปิดท้ายกันที่ผลไม้ที่ช่วยตั้งแต่เรื่องท้องผูกมายันเรื่องของกระบวนการช่วยผลิตน้ำนม เพราะในมะละกอนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี ธาตุเหล็ก พ่วงแคลเซียมมาสูง...

15 Jul2020August 4, 2020
Post
งานบ้าน กับการใช้ชีวิตของ เจ้าตัวเล็ก

งานบ้าน กับการใช้ชีวิตของ เจ้าตัวเล็ก

ส่วนใหญ่จะมองว่าการมีเจ้าตัวเล็กเพิ่มขึ้นมาอาจทำให้ภาระในการดูแลบ้านหรือการทำงานบ้านของคุณพ่อคุณแม่รวมทั้งคนดูแลบ้านเยอะขึ้น อาจจะจริงในช่วงแรกแต่จะดีกว่าไหมเมื่อเด็ก ๆ เริ่มเข้าสู่วัยที่เรียนรู้ได้แล้วคุณจะเริ่มสอนการทำงานบ้านให้เขาได้รู้จัก เหตุผลหลักที่ควรทำก็เพื่อสร้างระเบียบวินัยและฝึกนิสัยที่ดีให้กับเขา เหตุผลรองคือในบางครั้งเขาก็สามารถช่วยทำให้บ้านของคุณเข้าที่เข้าทางได้และเบาแรงพวกคุณไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่การจะให้เขาทำงานบ้านเลยนั้นจะต้องอาศัยการอธิบายและให้เขาเข้าใจและสนุกไปกับการทำงานบ้านเหล่านั้นด้วย เพราะไม่อย่างนั้นถ้าเขาเข้าใจว่าเป็นการบังคับมากจนเกินไปอาจทำให้ไม่มีความสุขก็เป็นได้ เริ่มจากต้องเลือกงานให้เหมาะกับวัยของเขา ถ้าจะให้เด็ก 3 ขวบเริ่มทำกับข้าวเลยแม้จะดูสนุกแต่บอกเลยว่าพังแน่ ๆ คุณควรมองหางานบ้านที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัยรวมทั้งดูพัฒนาการของลูกคุณกันก่อน เพราะเริ่มแรกเด็กจะไม่เข้าใจเลยว่าการทำงานบ้านนั้นคืออะไร ทำอย่างไร เพื่อให้เกิดอะไรขึ้น          วิธีการคือการเริ่มจากอะไรง่าย ๆ อย่างเช่นการให้เขาจัดเก็บทำความสะอาดของส่วนตัวของตัวเอง เช่น ของเล่น พับผ้าห่ม เอาเสื้อผ้าตัวเองใส่ตะกร้า วางรองเท้าเข้าชั้น เป็นต้น          จากนั้นค่อย ๆ เริ่มขยายขอบเขตงานจากการเก็บของเล่นเป็นการเก็บหมอนบนโซฟาห้องนั่งเล่นให้เรียบร้อย เริ่มพับผ้าเช็ดโต๊ะที่ซักแล้วเข้าที่ วางรองเท้าของคนอื่น ๆ ในบ้านให้เป็นระเบียบไปด้วยกัน หรืออาจเพิ่มขอบเขตงานใหม่ ๆ ให้กับเขาเลยก็ได้เช่นกัน จะให้เขาดูแลอะไรก็ต้องทำให้เขารู้สึกเป็นเจ้าของ       คนเรามักจะดูแลสิ่งที่ตัวเองเป็นเจ้าของได้ดีกว่า การเริ่มทำให้เด็ก ๆ รู้สึกถึงการเป็นเจ้าของจะช่วยดึงความสนใจและทำให้เขาเริ่มดูแลทำงานบ้านให้กิจกรรมเหล่านั้นได้ดีขึ้น          อาจต้องเริ่มจากการอธิบายความสำคัญของการทำงานบ้านให้เขาเข้าใจ ว่าเป็นการดูแลรักษาบ้านของพวกคุณให้สวยงามและเรียบร้อยอยู่เสมอ ชมและส่งเสริมเขาด้วยหากทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดี ทำให้เขารู้สึกได้ว่ากำลังช่วยพวกคุณดูแลบ้านอยู่ เขาจะรักและทำงานต่าง ๆ ได้ดีขึ้นตามลำดับเอง อย่าลืมเพิ่มความตื่นเต้นเข้าไป การท้าทายกับเวลาน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะกับเด็ก ๆ เพราะว่าเพิ่มความสนุกให้กับเขาไม่น้อย ลองกำหนดเวลาในการทำงานบ้านต่าง ๆ ดู เช่น ล้างจานและแก้ว...

01 Jul2020August 4, 2020
Post
เช็คสัญญาณ ออทิสติกในเด็กเล็ก

เช็คสัญญาณ ออทิสติกในเด็กเล็ก

เรื่องของความผิดปกติทางสมองอาจไม่สามารถรู้ได้ตั้งแต่แรกที่คลอดจึงต้องมีเทคนิคการคอยสังเกตอาการอยู่ โดยในวันนี้เราจะมาพูดกันถึงความผิดปกติทางสมองที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ อย่างโรคออทิสติก ซึ่งโรคนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่พันธุกรรมไม่ได้เกิดมาจากการเลี้ยงดู แต่หากเด็ก ๆ คนไหนเข้าข่ายว่าเป็นออทิสติกแล้วล่ะก็เรื่องของการเลี้ยงดูจะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งเสริมให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ วันนี้เราลองมาดูสัญญาณที่คุณควรลองสังเกตเด็ก ๆ ของคุณดูว่าเขามีอาการเหล่านี้หรือไม่เพื่อที่จะได้เตรียมวิธีในการช่วยเหลือและดูแลเขาเอาไว้ได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง หลักการสังเกตเบื้องต้นกับ โรคออทิสติก เด็กออทิสติกมักมีปัญหาในเรื่องของการสื่อสาร อาการผิดปกตินี้จะเริ่มสังเกตได้ในช่วงวัยประมาณ 2 ปีขึ้นไป เด็กในวัยนี้ถ้าพัฒนาการไปตามปกติแล้วนั้นจะเริ่มสื่อสารได้รู้เรื่องขึ้น แต่สำหรับเด็กออทิสติกเขาอาจยังไม่สามารถเริ่มพูดคำที่มีความหมายออกมาได้ ไม่มีอาการตอบสมองเมื่อคุณเรียกชื่อ ไม่ทำตามที่คุณสั่ง และไม่ค่อยจะสบตามองคุณอย่างที่มักจะเห็นเด็ก ๆ ทั่วไปทำกัน ซึ่งยิ่งถ้าเขาเข้าข่ายไม่ยอมพูดเลยรวมทั้งมีภาษาที่เฉพาะตัวในแบบที่เราไม่สามารถเขาใจได้ก็ถือว่าเริ่มเข้าข่ายและควรพาเขาไปพบแพทย์ และยังมีอีกกรณีหนึ่งก็คือเด็กบางคนอาจมีพัฒนาการด้านการพูดเป็นไปตามปกติแต่อยู่ ๆ ในช่วง 1.6 – 2 ปี กลับเริ่มมีพัฒนาการถดถอยเกิดขึ้นมาได้ แต่หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเขาจะสามารถสื่อสารได้ดีขึ้นเมื่อโต ไม่ใช่เด็กออทิสติกทุกคนที่จะมีปัญหาด้านการสื่อสารโดยตรง แต่เขาอาจจะมีปัญหาในเรื่องของการพูดที่มีลักษณะผิดปกติไปอย่างเช่น การทวนคำ การใช้คำไม่เหมาะกับบริบทสถานการณ์ พูดซ้ำ ๆ ม่ค่อยคุยโต้ตอบคนอื่น และภาษาการของเขาอาจดูไม่ปกติอีกด้วย เด็กออทิสติกจะมักจะมีปัญหาเรื่องของการเข้าสังคม เช่นกันเมื่อเขาเริ่มเข้าสู่ปีที่ 2 จะเริ่มมีอาการเหล่านี้ให้คุณได้สังเกตกันชัดขึ้น เขาอาจติดคุณพ่อคุณแม่มาก ๆ หรืออาจจะกลายเป็นไม่มีความกลัวคนแปลกหน้าเลย และเมื่อโตขึ้นเรื่อย ๆ เขาจะมีอาการทางสังคมที่ต่างจากเด็กคนอื่น อย่างเช่น ชอบเล่นคนเดียว ไม่สนใจที่จะร่วมสนุกกับเพื่อน...

17 Jun2020June 18, 2020
Post
การฝึกวินัย จากพ่อแม่สู่ลูก

การฝึกวินัย จากพ่อแม่สู่ลูก

         ปกติเราจะคุยกันถึงเรื่องราวสำหรับเด็ก ๆ แต่วันนี้เราอยากมาชวนคุณพ่อคุณแม่คุยไปพร้อมกับการสังเกตตัวคุณเองว่าวินัยของคุณนั้นมาถูกทางพอที่จะสอนให้ลูก ๆ มีระเบียบวินัยจากภายในแล้วหรือไม่ เพราะว่าการเป็นตัวอย่างที่ดีสำคัญกับการมีระเบียบวินัยของลูกมากที่สุดค่ะ        คุณพ่อคุณแม่ต้องสุภาพเสมอ แน่นอนว่าคุณต้องไปไหนมาไหนเป็นครอบครัวกันบ้างอยู่แล้ว และเมื่อได้พบเจอผู้คนก็ให้คุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของความสุภาพและให้เกียรติทุกคนเข้าไว้ เพราะเมื่อลูกได้เห็นบ่อย ๆ ก็จะเข้าใจว่านี่คือสิ่งที่ควรทำ และเขาก็จะนำไปปฏิบัติต่อนั่นเอง        เมื่อผิดยอมรับผิด ขอโทษ และปรับปรุง ไม่ใช่ว่าพ่อแม่จะผิดไม่เป็นเสียที่ไหน แต่เมื่อผิดแล้วการยอมรับความผิด ไม่อ้างและไม่โทษปัจจัยอื่น ๆ รวมทั้งขอโทษ และแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุง นี่คือสิ่งที่สามารถทำให้ลูกเห็นและทำให้เขาไม่ได้กลัวที่จะหนีความผิด ซึ่งแน่นอนว่าต้องคอยบอกเขาเสมอว่าพยายามรอบคอบและทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมเสมอ แต่ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาจริง ๆ การยอมรับและแก้ไขเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและไม่ได้แย่เสมอไปเช่นกัน รักษาสัญญา การรับปากกับลูกมีความจำเป็นมากที่จะต้องรักษาสัญญาเอาไว้ให้ได้ทุกครั้ง ถ้าคุณไม่มั่นใจเราขอแนะนำว่าอย่ารับปากดีกว่า เพราะอาจสร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับเขา และเขาอาจเข้าใจได้ว่าเมื่อพูดแล้วไม่ต้องรักษาสัญญาก็ได้ เพราะพ่อแม่ก็ทำ เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วอาจทำให้มีผลเสียกับเขาในอนาคตได้ แสดงความรักอย่างจริงใจเสมอ เรื่องนี้เริ่มต้นได้ง่ายที่สุดคือการแสดงความรักอย่างจริงใจต่อกันในครอบครัว ทำให้ลูกรู้สึกได้เสมอว่าเขาสำคัญและได้รับความรักจากพวกคุณอย่างจริงใจ จุดนี้จะทำให้เขาไว้ใจและกล้าที่จะปรึกษา บอกเล่า ให้คุณได้ฟัง และแน่นอนอีกว่าเขาจะแสดงความรักกลับมาหาพวกคุณด้วยเช่นกัน รับฟังกันเสมอ  การถูกรับฟังจะทำให้เขารับฟังคุณด้วยเช่นกัน เมื่อเวลาเขามีอะไรอยากเล่า อยากอธิบาย ความกระตือรือร้นที่จะรับฟัง ไม่ขัดเขา รอขนเขาอธิบายหรือเล่าจนจบนั้นมีความสำคัญกับความรูสึกของลูกมาก และแน่นอนว่าเขาจะเรียนรู้ว่าเมื่อคุณเองเป็นฝ่ายพูดเขาก็จะรับฟังและพยายามที่จะเข้าใจคุณด้วยเช่นกัน และแม้ว่าจะเห็นต่างการเคารพและพูดคุยกันด้วยเหตุผลมีส่วนทำให้ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของคุณราบรื่นขึ้นได้อีกด้วย พ่อแม่ต้องกล้าลองสิ่งใหม่เสมอ ๆ   เราเชื่อว่าเรื่องความปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งที่คุณกังวล แต่การได้ลองอะไรใหม่ ๆ...

03 Jun2020June 18, 2020
Post
โรคไข้หวัดในเด็ก โรคง่าย ๆ ที่ไม่อยากให้นิ่งนอนใจ

โรคไข้หวัดในเด็ก โรคง่าย ๆ ที่ไม่อยากให้นิ่งนอนใจ

         การเป็นไข้ เป็นหวัด เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ดูจะเป็นสิ่งที่ทุกเพศทุกวัยคุ้นเคย แต่ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ บ่อย ๆ ไม่ดีแน่วันนี้เรามารู้จักกับ โรคไข้หวัดในเด็ก ให้มากขึ้นกัน แล้วพ่วงวิธีป้องกันไปด้วยเลยดีกว่า        โรคนี้มาตอนไหน?       จริง ๆ นี่เป็นโรคฮิตหน้าฝน แต่ก็มีโอกาสแวะเวียนมาหาเด็ก ๆ ของคุณได้ทุกฤดู และอาจมีการต่อยอดกลายเป็นโรคไข้หวัดใหญ่หรือโรคไข้เลือดออกได้ ซึ่งแน่นอนว่าความอันตรายก็เพิ่มขึ้นไปด้วย        แล้วสาเหตุจริง ๆ มาจากไหนกัน?       นี่คืออีกหนึ่งโรคที่เกิดจากไวรัส และอย่างที่รู้กันดีโรคนี้ติดต่อกันได้ แถมง่ายเสียด้วย ไม่ว่าจะจากการไอ จาม หรือน้ำมูก น้ำลาย ก็เป็นตัวนำได้ทั้งนั้น ยิ่งถ้าเด็ก ๆ ของคุณต้องไปโรงเรียน เดินเล่นในห้าง หรือต้องอยู่ในที่อากาศถ่ายเทไม่ดีเท่าไรนักด้วยล่ะก็ ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะติดเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น         โรคนี้ในเด็กจะค่อนข้างมีอาการรุนแรงกว่าในวัยรุ่นและผู้ใหญ่แบบเรา ๆ ดังนั้นกันเอาไว้ดีกว่าแก้เพราะถ้าเด็ก ๆ ต้องมาเจออาการนี้รับรองว่าเขาจะต้องเจ็บเนื้อเมื่อยตัวและรู้สึกแย่มาก ๆ อย่างแน่นอน        ไข้หวัดที่ว่าแบ่งออกได้เป็นแบบไหนบ้าง?          ไข้หวัดแบ่งหลัก ๆ ออกเป็น 2 แบบด้วยกัน          1. ไข้หวัดธรรมดา แบบนี้อาการไม่รุนแรงมาก มีไข้อ่อน ๆ ไอ...

22 Apr2020April 24, 2020
Post
ทำไมคุณควร ระวังการที่ใคร ๆ จะมาอุ้มมา จับลูกน้อย

ทำไมคุณควร ระวังการที่ใคร ๆ จะมาอุ้มมา จับลูกน้อย

เมื่อบ้านไหนมีสมาชิกใหม่เป็นเจ้าตัวเล็กน่ารักน่าชังเพิ่มเข้ามาก็แน่นอนว่าต้องมีญาตสนิทสมิตรสหายของคุณพ่อคุณแม่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีและอยากเล่นรับขวัญสมาชิกใหม่คนนี้กันแน่ ๆ แต่อย่างที่รู้กันดีกว่าเด็กเล็กนั้นยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงมากเท่าไร บางครั้งการสัมผัสอาจทำให้ลูกไม่สบายหรือได้รับผลข้างเคียงได้ แต่ถ้าคุณยังคิดไม่ออกว่าทำไมต้องระวังวันนี้เราจะมาเล่าให้คุณฟังกันค่ะ ทำไมถึงไม่ควรให้คนอื่นสัมผัสลูก นอกจากคนในบ้านที่คุ้นเคยกับเด็กดีอยู่แล้วเมื่อมีคนนอกมาไม่ว่าจะสนิทหรือไม่ก็ตามเขาอาจมีเชื้อโรคหรือสิ่งเจือปนที่เราไม่อาจรู้ได้ติดตัวมา หรือภายในร่างกายเขาอาจมีไวรัสหรือเชื้อโรคต่าง ๆ อยู่ ซึ่งแน่นอนเลยว่าเราไม่สามารถทราบได้ ดังนั้นการแจ้งเหตุผลให้เขาทราบถึงระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรงของเจ้าตัวเล็กและให้เขาเลี่ยงการสัมผัสน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ ในบางครั้งคุณอาจจะโดนมองหรือแซวว่าทำไมหวงลูกจัง แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ลูกน่ารักน่าฟัดขนาดนี้ใครจะอดใจไหว หรือใด ๆ ก็ตาม คุณก็จำเป็นต้องทำเพราะเชื้อโรคบางตัวอาจไม่เป็นอันตรายกับผู้ใหญ่อย่างเราแต่กับเด็กเล็กแล้วมันอาจไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตกันได้เลยทีเดียว สาเหตุส่วนใหญ่มันเกิดมาจากอะไร หลายคนอาจยังสับสนว่าเชื้อโรคที่ร้ายแรงขนาดไหนกันนะที่จะทำให้ลูกเป็นอันตรายได้ ซึ่งก็พบว่าโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจนั้นเป็นเรื่องที่พบบ่อยในเด็กที่ถูกสัมผัสจากคนมากหน้าหลายตา และเมื่อเขาได้รับเชื้อโรคเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการไข้หวัดใหญ่ RSV ขึ้น อาการเหล่านี้ทำให้เด็กมีไข้สูง น้ำมูกเยอะมาก มีอาการไอและมีเสมหะ และเขาอาจหายใจอย่างหอบเหนื่อยเพราะมีอาการติดเชื้อที่ปอดได้อีกด้วย เพียงแค่คนที่แวะเวียนมาหาลูกของคุณแล้วเกิดอาการไอจามขึ้นนั้นก็ทำให้เด็ก ๆ ไม่สบายกันได้แล้ว เพราะอย่างที่บอกว่าภูมิคุ้มกันของเขายังต่ำมากนั่นเอง  นอกจากโรคทางระบบทางเดินหายใจ การติดเชื้อที่ระบบทางเดินอาหารก็เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้และส่งผลเสียกับลูกของคุณได้ร้ายแรงเช่นกัน ส่วนใหญ่จะติดเชื้อไวรัสโรต้า ทำให้เกิดอาการมีไข้ อาเจียน ท้องเสียรุนแรงมากจนส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำรวมทั้งเกลือแร่ ถ้าไม่รีบพาไปพบแพทย์ล่ะก็อาจเกิดอาการช็อคขึ้นมาได้เลยทีเดียว          โรคในระบบทางเดินอาหารจะเกิดจากการอมไม้อมมือ อมของเล่น ที่อาจมีเชื้อโรคอยู่นั่นเอง หมายความว่าถ้ามีคนอื่นเข้ามาหาลูกเยอะและเกิดการแพร่เชื้อในสิ่งของเครื่องใช้ที่ลูกอาจเอาเข้าปากก็มีผลเสียกับลูกได้แล้วแม้จะไม่ได้มาใกล้ชิด อาการเจ็บป่วยในเด็กเล็กนั้นถ้าเลี่ยงและป้องกันได้อยากให้คุณทำให้ดีที่สุด เพราะเมื่อเขาเจ็บป่วยขึ้นมาอย่างแรกเลยคือเขาไม่สามารถบอกอาการได้ เราอาจไม่เจอสาเหตุที่แท้จริง อาจเจอช้า จนทำให้เป็นอันตรายกับเขาได้ ให้ลูกอายุขึ้น 1 ปีไปแล้วค่อยเริ่มพาไปเจอสิ่งแวดล้อมบ้างจะดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ควรเจอเยอะอยู่ดีนะคะ