โรคเกลื้อน เกิดจากอะไร ป้องกันอย่างไรได้บ้าง

            โรคเกลื้อน เป็นหนึ่งในโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป ในเด็กๆพบได้ไม่บ่อยมากนักแต่ก็พอพบได้อยู่บ้าง ซึ่งแน่นอนว่าถึงจะเป็นแค่โรคิวหนังก็แต่สามารถทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่สามารถรู้สึกกังวลได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นวันนี้เรามารู้จักโรคนี้ให้มากขึ้นกันจะดีกว่า จะได้ป้องกันดูแลลูกรักกันได้อย่างถูกวิธี

โรคเกลื้อน คืออะไร

            เกลื้อน(Tinea vericolor) คือโรคเชื้อราชนิดหนึ่งบนผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคันขึ้นตามผิวหนังโดยเฉพาะผิวในบริเวณที่เหงื่อออกมาก โดยปกติจะพบมากในช่วงวัยรุ่นหรือผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ในเด็กก็พบได้บ้าง แต่จะเป็นกลุ่มเด็กที่ซุกซน วิ่งเล่นหรือทำกิจกรรมกลางแดดมากๆ เพราะเหงื่อจะออกเยอะ ทำให้เสื้อผ้าอับชื้น เมื่อใส่เสื้อผ้าอับๆเป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดรอยโรคขึ้นมาได้

สาเหตุ

            เกิดจากการติดเชื้อรา Malassezia โดยทั่วไปคนเรามีเชื้อชนิดนี้ที่ผิวหนังกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ร้อนชื้นอย่างประเทศไทย เพียงแต่ว่ามันจะไม่ก่อให้เกิดโรคนอกเสียจากจะถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยเร่งบางอย่างจนทำให้มีปริมาณเชื้อรามากกว่าปกติ เช่น

  • เหงื่อออกเยอะ
  • ใส่เสื้อผ้าอับชื้นติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ภูมิคุ้มกันไม่ดีพอ
  • อากาศร้อนชื้น

            คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าโรคนี้เกิดจากการสุขอนามัยไม่ดี แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะเชื้อราชนิดนี้พบได้ทั่วไปบนผิวหนังของคนจำนวนมาก เพียงแต่ไม่ก่อให้เกิดโรคเท่านั้น ทั้งนี้ถ้าเป็นคนเหงื่ออกเยอะแล้วไม่ค่อยชอบอาบน้ำ โรคก็จำกำเริบได้ แต่จะไม่ติดไปยังผู้อื่นเพราะคนส่วนใหญ่มีเชื้อนี้กันอยู่แล้ว

อาการ

  • มีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง เป็นผื่นคันที่ทำให้ผิวเป็นรอยด่าง อาจจะสีเข้มหรืออ่อนกว่าผิวหนังโดยรอบก็ได้ โดยผื่นนี้อาจเป็นสีขาว ชมพูหรือน้ำตาลก็ได้เช่นเดียวกัน
  • ผื่นสามารถเกิดได้ทุกบริเวณทั่วทั้งร่างกาย แต่จะพบมากตรงจุดที่เหงื่อออกมาก
  • ในตอนแรกมักจะมีผื่นแค่ไม่กี่ดวง แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ผื่นก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น
  • ผื่นเกลื้อนมักจะดีขึ้นถ้ารักษาผิวหนังไม่ให้อับชื้นหรืออยู่ในเขตที่อากาศหนาวเย็น แต่อาการอาจจะแย่ลงถ้าอากาศร้อนมากขึ้น
  • ผิวหนังอาจจะแห้งมากขึ้น คันและตกสะเก็ด 

การรักษา

            หากไปพบแพทย์แล้วได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกลื้อนจริงๆ สามารถรักษาให้หายได้ไม่ยากโดยการใช้ยายับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ซึ่งมีหลายรูปแบบข้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ เช่น ครีม แชมพูหรือยาชนิดรับประทาน เป็นต้น อย่างไรก็ตามถึงแม้จะรักษาไม่ยากแต่ก็ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะหายดี อาจหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เมื่อหายแล้วผิวหนังบริเวณที่เป็นรอยด่างก็ยังต้องใช้เวลาอีกนานเช่นเดียวกันกว่าจะจางลงจนเหมือนสีผิวปกติ

การป้องกัน

            โรคเกลื้อนเป็นโรคที่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ไม่ยากแม้ว่าจะรักษาได้หายสนิทดีแล้ว สำหรับผู้ใหญ่อาจใช้วิธีใช้แชมพูกำจัดเชื้อราทุก 1-2 สัปดาห์เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ แต่สำหรับเด็กขอแนะนำให้ป้องกันด้วยวิธีธรรมชาติจะดีต่อสุขภาพผิวหนังมากกว่า โดยสามารถปฏิบัติได้ดังต่อไปนี้

  1. หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด การห้ามไม่ให้เด็กวิ่งเล่นซุกซนนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะฉะนั้นเปลี่ยนมาเล่นในพื้นที่ร่มแทนจะดีกว่า เหงื่อจะออกน้อยลง อย่าลืมทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งก็ตาม สำหรับครีมกันแดดนั้นต้องเลือกใช้แบบที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปและมีส่วนผสมของน้ำมันให้น้อยที่สุด จะได้ไม่อุดตันผิวหนัง
  2. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน
  3. เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและไม่อุ้มน้ำ จะได้ไม่ซับเหงื่อ
  4. ไม่ใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป

            โรคเกลื้อน เป็นโรคที่ไม่อันตราย รักษาได้ไม่ยากเพียงแต่อาจจะใช้เวลานานอยู่สักเล็กน้อยเท่านั้นเอง แต่หากโรคนี้เป็นในเด็กที่โตพอจะรู้เรื่องแล้ว อาจจะรู้สึกอายเพื่อนๆได้หากมีผื่นคันปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด ดังนั้นป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า สำหรับแนวทางการป้องกันก็ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่หลบเลี่ยงแสงแดด สวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมและดูแลสุขภาพผิวไม่ให้อับชื้นอยู่เสมอ ก็จะช่วยป้องกันลูกรักจากโรคนี้ได้แล้วค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.