จุดโฟกัสของ โรคระบบทางเดินอาหาร ในเด็ก

การกินอาหารเป็นเรื่องที่เริ่มกันตั้งแต่แรกเกิดและก็เป็นเรื่องที่ชอบเกิดปัญหาในทุกวัยกันจริง ๆ โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ด้วยแล้วระบบทางเดินอาหารเป็นเรื่องที่ต้องโฟกัสเป็นพิเศษเพราะสามารถแตกแขนงเป็นได้อีกหลายอาการหลายโรคเลยทีเดียว วันนี้เราเราจะพาโรคต่าง ๆ ที่ชอบเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ในเรื่องของ โรคระบบทางเดินอาหาร มาฝากกัน

โรคระบบทางเดินอาหาร มีแบบไหน และมีวิธีดูแลยังไงบ้าง

กรดไหลย้อน
โรคที่ผู้ใหญ่คนไหนเป็นก็จะรู้กันดีกว่าความทรมานมากขนาดไหนแล้วถ้าเกิดขึ้นกับเด็กเล็ก ๆ ล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง เจ้าตัวเล็กทั้งแสบร้อนจนงอแงกันยาวแน่นอน อาการนี้จะเกิดขึ้นบ่อยสุดในเด็กทารกช่วง 3-4 เดือน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากช่วงรอยต่อระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะยังทำงานไม่แข็งแรงพอ จนทำให้เกิดอาการที่เขาเรียกกันว่า “แหวะนม” ขึ้นนั่นเอง

วิธีการแก้ไขโรคนี้ให้ลูกก็คือการทำให้เขาเรอนั่นเอง เพื่อเป็นการไล่ลมในกระเพาะอาหารของเขาออกไป และนอกจากนี้เมื่อลูกกินมเสร็จให้อุ้มหัวลูกให้สูงขึ้นประมาณ 20-30 องศา นานประมาณครึ่งชั่วโมง อย่าเพิ่งให้เขานอนราบในทันที จะช่วยลดอาการกรดไหลย้อนได้ดีขึ้น
อาการนี้ต้องดูแลกันไปแต่ไม่ต้องกังวลมากเพราะส่วนใหญ่มักจะทุเลาและหายไปเองในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 ปี

อาการโคลิก
ฟังชื่อแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เพราะนี่คืออาการที่เด็ก ๆ ร้องไห้โดยไม่รู้สาเหตุ แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุได้ชัด ๆ 100% ว่าเกิดจากอะไรกันแน่ แต่ความเป็นไปได้มากที่สุดก็คืออาการทางระบบทางเดินอาหารนั่นเอง ภาวะนี้เกิดเองหายเองได้แต่ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแล


อาการของโคลิกคือการร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุ ร้องจนหน้าแดงไปหมด มือกำ ขาจิก แอ่นหลัง งอเข่า ไม่ว่าจะงัดไม้ไหนมาพยายามให้หยุดก็ยังดูเป็นไปได้ยาก อาการนี้จะร้องทุกวันติดต่อกันเกือบสามเดือน ร้องเวลาเดิม ๆ และส่วนใหญ่ร้องช่วงพลบค่ำนั่นเอง ซึ่งแต่ละครั้งก็กินเวลาเป็นชั่วโมงกันเลยทีเดียว
การดูแลนอกจากดูแลลูกแล้วต้องดูแลความเครียดของคุณพ่อคุณแม่ด้วย พยายามเข้าใจว่านี่เป็นอาการที่เกิดเองหายเอง พวกคุณเพียงแค่ปลอบเขย่าเขาอย่างอ่อนโยนก็พอแล้ว หรืออาจพาไปเดินเล่น เปิดเพลงให้ฟังเสียงที่ผ่อนคลาย อย่ากังวลมากจนเกินไป

แพ้อาหาร
เราไม่สามารถรู้ตั้งแต่แรกว่าลูกแพ้อะไรจนเมื่อเขาไปเจอกับสิ่งที่เขาแพ้ ส่วนใหญ่เด็ก ๆ มักจะแพ้โปรตีนจากนมวัวกัน ซึ่งเมื่อรู้ก็ดูแลกันต่อได้ไม่ต้องกังวล เพียงแค่ให้เขาอยู่ห่างจากสิ่งกระตุ้นอาการแพ้เอาไว้เท่านั้นเอง
อาการของการแพ้จะปรากฏขึ้นมาใน 3 ระบบ ได้แก่ ผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร และระบบทางเดินหายใจ

ในส่วนของอาการแพ้ที่เกิดกับระบบทางเดินอาหารก็อย่างเช่น อาเจียน ปวดท้อง ร้องกวน มีอาการท้องเสีย เป็นต้น
การดูแลที่เหมาะสมกับอาการนี้คือการสังเกตและหมั่นพาลูกไปพบแพทย์เมื่อมีอาการ เพื่อป้องกันการแพ้อย่างรุนแรง และพยายามหาวิธีเสริมภูมิคุ้มกันเท่าที่ทำได้ให้กับเขา

อาการติดเชื้อในทางเดินอาหารแบบเฉียบพลัน
ความน่ากลัวของคำว่าเฉียบพลันในภาษาสุขภาพนั้นไม่ใช่เล่น ๆ เลยทีเดียว เพราะอย่างนั้นมารู้จักกันโรคนี้กันคร่าว ๆ ไว้ก่อนดีกว่า โรคนี้เกิดจากไวรัสและแบคทีเรีย ความไม่สะอาดคือปัจจัยหลัก ๆ หรือการต้องอยู่ร่วมกับเพื่อน ๆ ในโรงเรียนแล้วติดเชื้อมาก็มีความเป็นไปได้

เมื่อเกิดอาการนี้เด็ก ๆ จะเริ่มมีไข้ อาเจียน ท้องเสียซึ่งจะถ่ายเหลว มีมูกเลือดปนออกมา ปวดท้องจนทำให้ร้องกวนคุณตลอดเวลา เริ่มมีอาการปากแห้ง ปัสสาวะน้อย ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ซึ่งเป็นภาวะขาดน้ำร่วมอยู่ด้วย ก่อนไปพบแพทย์ให้ลูกได้จิบเกลือแร่เพื่อเติมน้ำและแร่ธาตุให้ร่างกายกันก่อนเพื่อกันภาวะแทรกซ้อน แล้วจากนั้นให้รีบพาไปพบแพทย์ก่อนที่อาจจะลุกลามไปกันใหญ่

เด็ก ๆ ไม่สามรถเข้าใจอาการป่วยที่เกิดขึ้นและแน่นอนว่าพวกเขายังสื่อสารกับคุณได้ไม่ดีเท่าไรนัก การเฝ้าสังเกต และพาไปพบแพทย์อยู่เสมอช่วยป้องกันได้ และอย่าลืมดูแลเรื่องของความสะอาด รวมทั้งคลายเครียดให้พวกเขาเสมอมีส่วนช่วยให้ โรคในระบบทางเดินอาหาร ลดน้อยลงได้ค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.