โรคน่ากลัว ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกน้อย

เมื่อกล่าวคำว่า โรค จึงไม่มีพ่อแม่คนไหนที่อยากจะได้ยิน  และในสังคมปัจจุบันได้มีโรคแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย บางครั้งความไม่คิดไม่ฝันที่จะเกิดขึ้นได้ ก็สามารถเกิดขึ้นได้  จึงทำให้พ่อแม่อย่างเราต้องคอยดูแลลูกน้อยให้ดีขึ้นอีกหลายเท่าตัว โรคที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งคงมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และเรื่องของปัจจัยทางกายภาพหลายอย่างร่วมด้วยที่ทำให้มีโรคเกิดขึ้นมากมาย โรคน่ากลัว ที่พ่อแม่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง ที่นำมาบอกกล่าวในบทความนี้

พ่อแม่ทุกคนควรเฝ้าระวัง โรคน่ากลัว ที่จะเกิดขึ้นกับลูก

1.โรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina)

เป็นโรคที่มีลักษณะคล้ายๆกับโรคมือเท้าปาก เป็นเชื้อชนิดเดียวกัน แต่ลักษณะของโรคจะแตกต่างจากโรคมือเท้าปาก คือ โรคเฮอร์แปงไจน่า จะเป็นแผลเฉพาะบริเวณในปากและกระจายไปทั่วปาก  เมื่อสังเกตลูกน้อยมีไข้สูง 39-40 องศา แล้วมีแผลในปากร่วมด้วยให้คุณแม่สันนิษฐานเลยว่า โรคนี้ได้มาเยือนลูกน้อยของคุณแล้ว

การป้องกันโรค  เมื่อคุณแม่ทราบว่าโรคนี้เป็นโรคติดต่อทาง น้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระ จากผู้ที่มีเชื้อ จะทำให้ติดต่อได้ง่ายๆ จึงงดพาลูกไปโรงเรียนเมื่อมีเพื่อนร่วมชั้นของลูกป่วยด้วยโรคนี้   และเมื่อลูกมีอาการไม่สบายและมีอาการของโรคนี้ก็ควรจะให้ลูกพักอยู่ที่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปสู่เด็กร่วมชั้นคนอื่นด้วย และต้องปลูกฝังให้ลูกดูแลสุขภาพอนามัยของตัวเองให้สะอาดอยู่เสมอ

2.โรคติดเชื้อทางเดินหายใจไวรัส RSV

เมื่อลูกได้รับไวรัสชนิดนี้ ลักษณะอาการเมื่อมองดูทั่วไปจะดูเหมือนโรคหวัดธรรมดาทั่วไป แต่ความรุนแรงของโรคนี้ที่ต่างออกไปคือ จะทำให้ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ ลูกน้อยจะแสดงอาการเหนื่อย หอบ หายใจไม่สะดวก และไอมากมีเสมหะในลำคอมาก  จนถึงขั้นปอดติดเชื้อ 

การติดเชื้อมักจะมาจากการสัมผัสโดยตรงจากละอองของอาการไอ  น้ำมูกและน้ำลายของผู้ที่มีเชื้อมาสัมผัสที่ตัวเด็ก หรือสัมผัสโดนที่ปากหรือจมูกเด็ก ก็จะทำให้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายทันที การป้องกันไม่ให้ลูกน้อยได้รับเชื้อ ควรทำความสะอาดมือและส่วนต่างๆของร่างกายทันทีที่กลับจากโรงเรียนหรือกลับจากสถานที่ชุมชนที่มีผู้คนมากมาย   หากลูกมีการป่วยก็ให้หยุดเรียนทันที หรือหากเพื่อนร่วมชั้นของลูกป่วยลูกก็ต้องหยุดเรียนเช่นกัน เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้ได้รับเชื้อจากเพื่อนที่ป่วย

3.โรคไข้เลือดออก

โรคที่น่ากลัวที่มาในทุกฤดูฝน  โรคไข้เลือดออกถือว่าคร่าชีวิตของคนในประเทศไทยไปไม่น้อย จึงเป็นโรคที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นกับลูกน้อยที่ยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่มากพอ   โรคไข้เลือดออกอาการที่เห็นได้ชัดคือ มีอาการคล้ายๆกับอาการไข้ทั่วๆไป บางรายจะอ่อนเพลียและปวดศีรษะมาก มีเลือดออกจุดเล็กๆใต้ผิวหนัง ในบางคนที่มีอาการหนักจะอาเจียนและถ่ายอุจจาระเป็นเลือด อาการที่กล่าวมาหากเกิดขึ้นกับลูกน้อยก็ไม่อยากจะคิดว่ามันรุนแรงมากแค่ไหน

เมื่อเกิดอาการที่ไข้ผิดปกติของลูกน้อย พ่อแม่ไม่ควรชะล่าใจรีบพาลูกไปพบแพทย์จะเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด  สำหรับการป้องกันโรคไข้เลือดออกนั้น ทางที่ดีที่สุดคือ อย่าให้ลูกถูกยุงกัดอาจจะป้องกันโดยการแปะสติ๊กเกอร์กันยุงก่อนไปโรงเรียนทุกวัน หากอยู่ที่บ้านพ่อแม่ก็คอยดูแลไม่ให้ลูกอยู่ในจุดที่เสี่ยงที่จะถูกยุงกัดได้ หากมีคนในชุมชนเดียวกันเป็นโรคไข้เลือดออก พ่อแม่ต้องระวังอีกเท่าตัวที่จะไม่ให้ลูกถูกยุงกัด

4.โรคอีสุกอีใส

เมื่อได้ยินชื่อของโรคนี้แล้ว พ่อแม่ทุกคนต้องกังวลไม่น้อยถ้าหากมันเกิดขึ้นกับลูกตัวเอง เพราะลักษณะเด่นของโรคนี้มีความน่ากังวลใจอยู่ว่า ลักษณะตุ่มที่ขึ้นตามลำตัวและใบหน้าจะทำให้เกิดแผลเป็นที่ไม่พึงประสงค์  อาการของโรคลูกจะรู้สึกอ่อนเพลีย เบื่ออาหารมีไข้ต่ำๆ มีตุ่มน้ำใสๆขึ้นทั่วบริเวณลำตัวและใบหน้า จะทำให้มีอาการคัน และเกิดตุ่มในลำคอทำให้ลูกรู้สึกเจ็บคอมากด้วย

การดูแลลูกเมื่อโรคอีสุกอีใสมาเยือน  โรคอีสุกอีใสเป็นโรคติดต่อ เมื่อได้สัมผัสกับคนไข้โดยตรง จะติดต่อเมื่อสัมผัสถูกเสมหะ และน้ำใสๆที่บริเวณตุ่ม  จะทำให้ผู้ที่สัมผัสได้รับเชื้อทันที ผู้ป่วยจึงควรเก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ออกไปนอกบ้านเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายสู่ผู้อื่น  โรคที่น่ากลัวแต่ไม่มีความรุนแรง สามารถหายได้เองภายใน 1-2สัปดาห์ ไข้ก็จะหายไป ตุ่มที่เกิดขึ้นตามร่างกายก็จะแห้งตกสะเก็ด หากไม่ต้องการให้เกิดแผลเป็นที่จะติดตัวลูกไปในตอนโต เมื่อตุ่มแห้งตกสะเก็ดแล้วก็ควรทายารักษาแผลเป็นให้ลูกด้วย

โรคที่น่ากลัว ที่สามารถเกิดกับลูกนั้น หากพ่อแม่เอาใจใส่ดูแลสุขอนามัยของลูกให้ดีได้ โรคพวกนี้ก็จะไม่เข้ามาใกล้ลูกได้เลย  หวังว่าเมื่อทราบสาเหตุและวิธีการแก้ไขและป้องกันแล้ว คงคลายความวิตกกังวลของคนที่เป็นพ่อแม่ได้บ้างนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.