โรคขาโก่ง  โรคที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกน้อย และวิธีป้องกัน

เมื่อพูดถึงความผิดปกติของลูกน้อย ไม่ว่าจะเรื่องไหนๆคนเป็นแม่ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ทุกเรื่อง  หากอาการผิดปกตินั้นส่งผลให้การใช้ชีวิตของลูกน้อยเปลี่ยนไป  เรื่องสำคัญต่างๆที่คนเป็นแม่ไม่ควรมองข้ามก็คงจะเกี่ยวกับร่างกายของลูกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆวัน แม่ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายลูกอยู่ตลอด  หากมีข้อข้องใจควรปรึกษาแพทย์ทันที  โรคขาโก่ง ที่พบในเด็กที่กำลังหัดเดินถือว่าเป็นโรคที่ส่งผลให้ร่างกายของเด็กผิดปกติไปตลอดชีวิต  เรามาดูสาเหตุและวิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้ลูกน้อยเป็นโรคขาโก่งกันค่ะ 

สาเหตุของ โรคขาโก่ง เกิดจากอะไรได้บ้าง และมีวิธีป้องกันอย่างไร

1.สาเหตุจากธรรมชาติ   ขาโก่งแบบธรรมชาติแม่สามารถสังเกตได้จากการเริ่มตั้งไข่ของลูก  ขาของลูกจะยังไม่ตรงตามปกติเหมือนผู้ใหญ่ ขาของลูกจะมีลักษณะงอโก่งเล็กน้อยจากการที่ลูกคดตัวอยู่ในท้องแม่มาถึง 9 เดือน เมื่อลูกเริ่มหัดเดินลักษณะขาของลูกก็จะยืดแล้วค่อยๆตรงได้ตามปกติ

2.ขาโก่งที่ผิดปกติจากการเป็นโรค   เป็นโรคที่สามารถสังเกตได้เมื่อลูกอายุประมาณ3 ปี แล้วยังมีลักษณะขาโก่งอยู่ ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดปกติของกระดูก หรือข้อต่อ หรือเป็นโรคต่างๆเช่น  โรคกระดูกเสื่อม  โรคกระดูกอ่อนซึ่งเป็นผลมาจากภาวะขาดวิตามินดี ทำให้กระดูกไม่แข็งแรง เปราะ และแตกหักได้ง่าย จนทำให้ขาโก่งได้  โรคเบล้าท์  พบมากในเด็กที่มีภาวะอ้วน เด็กที่เริ่มหัดเดินเร็วเกินไป   โรคพาเจท เกิดจากร่างกายผิดปกติในการสร้างและสะลายกระดูก ทำให้กระดุกไม่แข็งแรง    ขาที่โก่งจะส่งผงให้ลูกเดินผิดปกติลักษณะใกล้เคียงกับเป็ดเดิน  แม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที  หากปล่อยลูกให้เกิดความผิดปกติไว้นานๆจะส่งผลให้ยากต่อการรักษา

การดัดขาลูกแล้วจะไม่ทำให้ขาโก่งจริงไหม

การดัดขาลูกทำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณโดยมีความเชื่อว่าดัดขาลูกตอนอาบน้ำในช่วงอายุตั้งแรกเกิดถึง2 ขวบจะทำให้ขาลูกไม่โก่ง  ความเชื่อนั้นในปัจจุบันมีคุณหมอบางท่านได้ออกมาพูดว่า การดัดขาลูกนั้นไม่มีส่วนช่วยให้ขาลูกหายโก่งได้ หากดัดขาไม่ถูกวิธีแถมจะทำให้ขาลูกผิดรูปหรือหักด้วยซ้ำ   เด็กขาโก่งที่โก่งตามธรรมชาติจะหายได้เองอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องดัด หากเด็กบางคนต้องเผชิญกับโรคขาโก่ง การดัดก็ไม่สามารถทำให้โรคขาโก่งนั้นหายไปได้เช่นกัน โรคขาโก่งที่เกิดขึ้นนั้นต้องดูว่ามาจากสาเหตุไหน  แล้วพบแพทย์เพื่อแก้ปัญหาดีที่สุดค่ะ

การรักษาโรคขาโก่งที่ผิดปกติ

  1. ให้เด็กสวมใส่อุปกรณ์ช่วยด้ามขาจากคุณหมอ วิธีนี้สามารถรักษาได้เฉพาะเด็กเล็กอายุ 3-7ปีเท่านั้นที่จะได้ผลมากที่สุด
  2. ใช้ยารักษาอาการและให้เด็กทานวิตามินดีและแคลเซียมที่เพียงพออีกด้วย
  3. รักษาโดยวิธีการผ่าตัด การผ่าตัด การผ่าตัดแบ่งเป็น2 แบบคือ  การผ่าตัดชักนำการเจริญเติบโตของกระดูก และการผ่าตัดกระดูกเข่า ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายหากต้องการได้รับการแก้ไขจริงๆ

การป้องกันไม่ให้ลูกน้อยต้องเผชิญกับโรคขาโก่ง 

  1. สังเกตความผิดปกติลักษณะร่างกายของลูกอยู่ตลอด ลักษณะขาที่ยังโก่งอยู่ของลูกในอายุใกล้ 3 ปี ถือว่าเป็นความผิดปกติ และส่งผลต่อการเดินของลูกเป็นสิ่งที่แม่สังเกตได้ง่ายๆ จึงควรพาลูกพบแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน หากปล่อยไว้นานจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้หรืออาจจะแก้ไขได้ยาก
  2. วิตามินดี ตามินดีช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างกระดูกเป็นสิ่งสำคัญที่แม่อย่าให้ลูกขาด นำไปสู่โรคกระดูกอ่อนจะส่งผลให้ลูกขาโก่งได้ เด็กสามารถรับวิตามินดีได้จากการรับแสงแดดอ่อนๆในยามเช้า  และให้ลูกทานอาหารจากธรรมชาติที่มีวิตามินดีด้วย เช่น ปลาที่มีไขมันมากเช่นปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู  เนื้อวัว  ชีส ไข่แดง และเห็ด อาหารเหล่านี้ก็เป็นตัวช่วยเสริมสร้างวิตามินดี ให้ลูกน้อยได้
  3. พ่อแม่อย่าละเลยการตรวจสุขภาพของลูกหลังคลอด การตรวจสุขภาพของเด็กจะทำให้พ่อแม่ทราบถึงความผิดปกติต่างๆของลูกน้อยตั้งแต่คลอด สามารถแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นทันถ่วงที 

โรคขาโก่ง เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นกับเด็กทุกคนหากมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ แต่สิ่งสำคัญถ้าพ่อแม่เอาใจใส่ลูกน้อยคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงต่างๆของลูกน้อย ก็จะทำให้ลูกน้อยห่างไกลจากโรคขาโก่งได้

Leave a Reply

Your email address will not be published.