สิ่งที่ลูกน้อยต้องทำให้ได้ เตรียมความพร้อม ก่อนลูกเข้าโรงเรียน

ในปัจจุบันเด็กจะเข้าเรียนในโรงเรียน  โดยมีอายุน้อยกว่าในอดีต เพราะพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องทำงาน บางครอบครัวหลังจากที่แม่คลอดลูกได้เพียงแค่  3 เดือน ก็นำลูกน้อยไปฝากเลี้ยงแล้ว เพราะพ่อกับแม่ต้องช่วยกันทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงชีพ  บางครอบครัวคลอดลูกแล้วไม่มีปู่ย่าตายายที่ต้องช่วยเลี้ยงดู การส่งลูกน้อยเข้าสู่สถานรับเลี้ยงเด็กจึงเป็นวิธีที่ดูแลลูกได้ดีที่สุดสำหรับที่พ่อแม่สามารถทำได้ในยุคนี้  

แต่เมื่อพูดถึงตามพัฒนาการที่เหมาะสมของเด็ก ที่สามารถเข้าสังคมและเรียนรู้ได้ดีนั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไป เป็นวัยที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นเข้าเรียนในโรงเรียน  เพราะพัฒนาการของเด็กอายุ 2 ขวบสามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ดีในสังคม  แต่เรื่องที่พ่อแม่ห่วงที่สุดในการเข้าโรงเรียน ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องความปลอดภัยที่เกี่ยวกับชีวิตของลูก จนลืมนึกไปว่าสิ่งสำคัญที่ลูกต้องทำให้ได้ก่อนเข้าโรงเรียนนั้น มีความสำคัญมากแค่ไหน เพราะเป็นการกำหนดขอบเขตในสิ่งที่ลูกต้องทำให้ได้เพื่ออยู่ร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนได้อย่างมีความสุขและที่สำคัญไม่เป็นภาระของครูมากเกินไป

การเตรียมตัวก่อนเข้าเรียน เตรียมความพร้อม ก่อนลูกเข้าโรงเรียน

  1. การเลิกดื่มนมจากขวดนมอย่างเด็ดขาด  เด็กควรเลิกดื่มนมจากขวดนมอายุไม่ควรเกิน 12 เดือน หรืออายุ 1 ปี เพราะจะทำให้เกิดผลเสียต่างๆทางด้านร่างกายเช่น ปัญหาของฟันผุ ปัญหาฟันหน้าที่ยื่นออกมา  และเมื่อลูกต้องไปโรงเรียนลูกจะสร้างภาระให้กับคุณครูและพ่อแม่ที่ต้องยุ่งยากในการเตรียมขวดนม ล้างขวดนม และผสมนมให้ลูกดื่ม หากพ่อแม่ฝึกให้ลูกเลิกดื่มนมจากขวดตั้งแต่อายุ1ปีได้  เมื่อถึงเวลาเข้าโรงเรียนพ่อแม่กับคุณครูก็จะไม่มีความยุ่งยากเลย และลูกก็จะมีสุขภาพฟันที่ดีด้วย
  2. การเข้าห้องน้ำด้วยตนเองได้ การเข้าห้องน้ำเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกทำได้ตั้งแต่อยู่ในบ้าน เพราะการปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเรื่องที่ลูกน้อยต้องปฏิบัติให้ได้ด้วยตนเองในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว หากพ่อแม่ฝึกลูกให้ลูกสามารถช่วยเหลือตนเองในห้องน้ำได้ จึงเป็นผลดีที่จะทำให้ลูก ไม่ต้องฉี่ใส่ชุดนักเรียน แต่ยังมีพ่อแม่บางคนยังให้ลูกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปมาโรงเรียน เพราะไม่มีการฝึกลูกในการเข้าห้องน้ำ ลูกก็จะไม่สามารถเข้าห้องน้ำเองได้เลยนอกจากจะพบกับสภาพที่อับชื้นที่จะเกิดขึ้นกับตัวลูกแล้วยังทำให้พ่อแม่ต้องเสียเงินซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปอยู่ตลอดอีกด้วย    ลูกจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้เลย จะไม่สามารถเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะเองได้ ลูกจะติดอยู่กับการฉี่ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเหมือนเดิม จะเป็นการสร้างภาระให้ครูที่ต้องคอยเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้กับเด็กตลอดเวลาอีกด้วย
  3. การรับประทานอาหารด้วยตนเอง การรับประทานอาหารด้วยตนเองเป็นเรื่องพื้นฐานที่พ่อแม่ควรฝึกลูกตั้งแต่อยู่ในบ้านเช่นกัน เพราะเด็กจะชื่นชอบการนั่งรับประทานอาหารและชื่นชอบการใช้มือจับอาหารเข้าปากที่สุด  การฝึกให้เขาได้เรียนรู้การรับประทานอาหารตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เมื่อถึงเวลาเข้าโรงเรียน เขาก็จะสามารถรับประทานอาหารเองได้ด้วยตนเอง เวลาอยู่กับครอบครัวลูกก็จะสามารถรับประทานเองได้พร้อมกับคนในครอบครัว และเมื่ออยู่ที่โรงเรียนลูกก็จะสามารถรับประทานเองได้เช่นกัน โดยที่ไม่ต้องรอให้คุณครูป้อน เพียงมีคุณครูคอยช่วยเหลือและดูแลใกล้ๆก็พอ
  4. ความเข้าใจถึงการที่ต้องมาโรงเรียน การปรับทัศนคติโดยการพูดคุยกับลูกอย่างอ่อนโยนบอกกับลูกว่า การที่ลูกต้องมาโรงเรียนเพราะจะได้มีเพื่อนเล่นมากมาย และจะได้เรียนรู้สิ่งที่น่าสนใจต่างๆจากโรงเรียน หากลูกเข้าใจ ลูกก็จะไม่ร้องไห้งอแงในเวลาที่ต้องมาโรงเรียน และลูกก็จะค่อยๆปรับตัวที่จะเรียนรู้ในโรงเรียนได้อย่างมีความสุข

สิ่งที่ลูกน้อยต้องทำให้ได้ก่อนเข้าโรงเรียนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ยากเลย หากพ่อแม่ปลูกฝังให้ลูกปฏิบัติตัวได้เหมาะสมกับวัยตั้งแต่อยู่ในบ้าน  ความเข้าใจในพัฒนาการของลูกน้อยจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะสามารถพัฒนาลูกน้อยได้ตามวัย  การที่ลูกจะเข้าโรงเรียนหากพ่อแม่เตรียมลูกให้พร้อมก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แถมยังทำให้ลูกสามารถใช้ชีวิตในโรงเรียนได้อย่างมีความสุข และปัญหาที่ลูกไม่อยากไปโรงเรียนจะไม่เกิดขึ้นเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published.