กำเดาไหล ในเด็ก กำลังบอกอะไรคุณ

อาการ เลือดกำเดาไหล อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อยู่บ้างและไม่ได้มีอันตรายมากนัก แต่ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับลูกน้อยของคุณมันอาจเป็นสัญญาณสุขภาพบางอย่างจากเขาก็เป็นได้ ถ้าอย่างนั้นเราลองมารู้สาเหตุและสัญญาณต่าง ๆ ของอาการเลือดกำเดาไหลในเด็กกันหน่อยดีกว่า จะได้ลองเอาไปสังเกตลูกและดูแลเขาได้อย่างทันท่วงที

สาเหตุหลัก ๆ ของเลือดกำเดาไหล

เด็กเล็กมักจะเกิดอาการเลือดกำเดาไหลกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งมักจะมีอาการนี้ในช่วงที่อากาศแห้งหรือในช่วงหน้าหนาว อากาศหนาวกว่าปกตินั่นเอง หรือแม้แต่วันที่ร้อนจัดก็สามารถทำให้เลือดกำเดาไหลได้เช่นกัน

โดยเลือดกำเดาจะไหลออกมาแบบไม่รุนแรง สามารถที่จะหยุดเองได้ในช่วงเวลาประมาณ 10-15 นาที และที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเขามีเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตกนั่นเอง

สาเหตุอื่น ๆ นอกจากเรื่องของอากาศที่ทำให้เลือดกำเดาไหลนั่นก็คือร่างกายของเด็ก ๆ อาจขาดวิตามินซีหรือได้รับอุบัติเหตุกระทบกระเทือนในบริเวณโพรงจมูก และสุดท้ายถ้าเกิดขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุนั่นอาจบ่งบอกถึงความผิดปกติทางร่างกายของเขาก็เป็นได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องสังเกตความถี่ในการเกิดอาการเลือดกำเดาไหลของลูกกันเอาไว้ให้ดี

อาการเลือดกำเดาไหลแบบที่ต้องรีบไปหาหมอ

แม้จะบอกว่ามันเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ แต่หากลูกของคุณเกิดเลือดกำเดาไหลในข่ายแบบที่เรากำลังจะบอกวิธีที่ควรทำที่สุดก็คือการรีบพาเขาไปพบแพทย์นั่นเอง

ลูกของคุณอาจมีอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ และนานกว่าปกติคือนานกว่าช่วง 10-15 นาที และผิวหนังที่เลือดออกนั้นมีอาการของความผิดปกติอย่างเช่น จ้ำเขียว จุดแดง จุดเลือด ร่วมอยู่ด้วย ต่อมาลูกของคุณอาจมีอาการเลือดออกมาตามไรฟันและลิ้นร่วมด้วยอีกนอกจากแค่อาการของเลือดกำเดาไหล

คุณควรลองเข้าไปสังเกตในเรื่องของสีปัสสาวะกันด้วย ถ้าสีเหมือนกับน้ำล้างเนื้อและส่วนของอุจจาระเองก็สีออกดำคล้ายกับบางมะตอยหรือมีมูกเลือดปนด้วยแบบนี้ก็เข้าข่ายอาการที่ควรรีบพาไปพบแพทย์ด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าเมื่อลูกของคุณมีอาการเลือดกำเดาไหลร่วมกับมีไข้นี่ไม่ใช่อาการปกติของภาวะนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้เมื่อลูกเลือดกำเดาไหลแล้วเกิดาอาการวิงเวียน เหนื่อย หอบ เพลีย มีการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตได้อย่างไม่กระฉับกระเฉงรวมทั้งดูผิวพรรณแล้วมีความซีดลง แบบนี้ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อหาสาเหตุของเลือดกำเดาที่ไหนอย่างแน่ชัด

โรคอะไรที่อาจเกิดขึ้นได้จากสัญญาณเหล่านี้

– โรคทางพันธุกรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดปกติของเกล็ดเลือด อย่างโรควอนวิลล์แบรนด์ ซึ่งเมื่อลองดูคนในครอบครัวพบว่าเคยมีอาการเลือดหยุดไหลช้าก็ถือว่าเป็นโรคที่อาจเกิดขึ้นกับลูกได้

– โรคที่เกิดภายหลัง โดยโรคที่เกิดตามมาจะเป็นเพราะว่าลูกมีปริมาณของเกล็ดเลือดที่ต่ำลงนั่นเอง ซึ่งเกล็ดเลือดที่ต่ำลงนี้จะทำให้เกิดเป็นโรคต่าง ๆ เช่น โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิต้านทานตนเอง, โรคไขกระดูกฝ่อ หรือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น

หากลูกเกิดอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ และพบเห็นอาการผิดปกติทางร่างกายอื่น ๆ แนะนำว่าการไปพบแพทย์เป็นเรื่องที่ควรทำมากที่สุด อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการตรวจสุขภาพให้กับลูกของคุณนั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published.